ซวิ่นแหวกว่ายอยู่ในทะเลสาบ ซูเซี่ยนเก็บไม้ไผ่จากริมนํ้าขึ้นมา มองเขาดิ้นรนอย่างทุลักทุเลอยู่ในนํ้าด้วยใบหน้าเฉยเมยเย่ซวิ่นบันดาลโทสะ สบถว่า “ไอ้เด็กระยำ เจ้ากล้าหลอกลวงข้า”ซูเซี่ยนหลุบดวงตาสุกใสที่เห็นสีดำขลับกับสีขาวนวลอย่างฉายชัด กล่าวกับเขาว่า “เมื่อครู่ข้าบอกว่าจระเข้ถูกจับมาฆ่าเมื่อปีก่อนแล้ว ปีนี้ยังมีไข่อยู่หรือ ท่านโง่เง่าเอง” เขาสะบัดแขนเสื้อตัวเล็ก แล้วหันหลังถือไม้ไผ่จากไป กล่าวกับองครักษ์ที่เฝ้าประจำอยู่ที่ริมนํ้าว่า “ไม่ต้องลากตัวเขาออกมา ไม่ง่ายเลยกว่าจะหลอกเขาลงไปได้ ปล่อยให้เขาอยู่ในนํ้าแหละ”ต่อให้เย่ซวิ่นลั่นวาจาด่าอย่างระอุเพียงใด ซูเซี่ยนก็ไม่สะทกสะท้าน เขานำแม่นมซุยกับเสี่ยวเฮอเดินผ่านสะพานแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังพระตำหนักไท่เหอเฉินเสียนกำลังสะสางงานราชการอยู่ในห้องตำราหลวง ต่อมานางกำนัลมากล่าวรายงานในห้องตำราหลวงด้วยความเร่งรีบ “ฝ่าบาท พระตำหนักไท่เหอเกิดเรื่องแล้วเพคะ”สิ่งเดียวที่เฉินเสียนเป็นห่วงก็คืออาเซี่ยนที่อยู่ในพระตำหนักไท่เหอ อ้าปากถามว่า “องค์ชายใหญ่ทำไมหรือ?”637
นางกำนัลกล่าวด้วยความลำบากใจ “ไม่ใช่องค์ชายใหญ่เพคะ พวกกระหม่อมไม่กล้าตัดสินโดยพลการ เชิญฝ่าบาทเสด็จไปทอดพระเนตรเองเถอะเพคะ”เมื่อเฉินเสียนไปดูที่พระตำหนักไท่เหอพลันเห็นเย่ซวิ่นเนื้อตัวเปียกปอนดั่งลูกหมาตกนํ้า ทันใดนั้นความชื่นมื่นก็ผุดขึ้นในใจ รู้สึกว่าความห่อเหี่ยวใจกับความกลุ้มทั้งหมดทั้งมวลก็