็แสดงว่าเขายอมถอยแล้ว และจะนำตัวใต้เท้าซูกลับมาอย่างแน่นอน ฝ่าบาทเพียงแค่ต้องนำข้าไปยังจุดแลกเปลี่ยนที่หน้าด่านก็พอ”เฉินเสียนขี่ม้า ในมือของเธอถือดาบอยู่ และได้พาท่านอ๋องมู่ไปยังหน้าด่านเธอรออยู่พักใหญ่ ภายใต้บรรยากาศพลบคํ่า ก็เห็นเงาอันเลือนรางอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของท้องฟ้าที่โพล้เพล้ ราวกับว่าเงาของเค้าโครงนั้นถูกร่างเส้นไว้ในคืนที่จะมาถึงก่อนแล้ว เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง ทั้งจางและเข้มจนในท้ายที่สุด กองทัพทหารทั้งกองก็ปรากฏตัวอยู่ตรงเบื้องหน้าเฉินเสียนจ้องมองซูเจ๋อที่กำลังเดินมาจากฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังมาจากฝั่งตรงข้ามว่า : “องค์จักรพรรดินีโปรดทรงส่งท่านอ๋องมู่แห่งเป่ยเซี่ยของเราคืนกลับด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”ท่านอ๋องมู่ยิ้มให้เฉินเสียนพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ฝ่าบาท หวังว่าจะพบกันอีก”ซูเจ๋อกลับมาอย่างปลอดภัย วิกฤตการณ์ของทั้งสองราชอาณาจักรก็ถูกยกเลิกไปด้วยเช่นกัน เหล่าทหารที่เขตชายแดนต่างพากันยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่งในตอนแรกที่ซูเจ๋อและเฉินเสียนที่ได้ให้การสนับสนุนกองทัพ เหล่าทหารต่างได้เห็นอย่างชัดเจน แน่นอนว่าศักดิ์ศรีของซูเจ๋อนั้นดูหมิ่นไม่ได้เลยดูเขาเหมือนเป็นแค่คนธรรมดาไม่มีอะไร แต่แท้จริงแล้วเขานั้นเป็นคนที่มีความสามารถปราดเปรื่องยอดเยี่ยม ทำให้ผู้คนรู้สึกนับถือเป็นอย่างยิ่ง571
เฉินเสียนลงจากหลังม้า เดินตรงไปรับซูเจ๋อ เขายิ้มขึ้นบางเบา หรี่ตาลงจ้องมองดูเธอ พูดขึ้นอย่างแผ่ว