ยใจว่า : “เขาลงทุนลงแรงมากมายขนาดนี้เพียงเพื่อจะพบท่านทำไมกัน? เขาไม่เกรงกลัวการเผชิญหน้าของกองทัพทั้งสองอาณาจักร จนเกือบจะเกิดสงครามระหว่างทั้งสองอาณาจักรเสียด้วยซํ้า”เฉินเสียนชะงักฝีเท้าลง เงยหน้าขึ้นมองเขา พร้อมกับถามขึ้นว่า : “ซูเจ๋อ ท่านไปทำอะไรให้องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่พอใจรึเปล่า? ตาแก่นั่นถึงได้ดันทุรังจะเจอท่านท่าเดียวแบบนี้?”ซูเจ๋อแววตาลุ่มลึกไม่แน่นอน เขายิ้มขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงบางเบาว่า : “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกัน ข้ารู้เพียงว่าตัวข้าเองไม่เคยมีเรื่องบาดหมางคับแค้นข้องใจต่อกันก็พอ ไปครั้งนี้เขาก็ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ท่านวางใจได้”“ข้าวางใจไม่ได้จริงๆ” เฉินเสียนเม้มปากแน่น แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ก่อนหน้านี้เขายังแข็งข้อไม่ยอมประนีประนอม ทำท่าจะส่งทหารมาด้วยซํ้า ตอนนี้บทจะถอยก็ถอยเฉย นึกว่าข้าน่าแกล้งเล่นนักหรือไงกัน หากข้าไม่ยอมให้ท่านไป เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน”ซูเจ๋อจึงพูดขึ้นว่า : “องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่ใช่คนที่จะถอยโดยง่ายเช่นนี้อาจเป็นเพราะเขานั้นได้รับฟังคำแนะนำต่างๆ จากแม่ทัพรอบๆ ตัวเขา แต่คนที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดขององค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้ เกรงว่าจะมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น”“ใคร?”ซูเจ๋อหรี่ตามองลงมาที่เธอ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ท่านเคยเจอแล้ว ท่านอ๋องราชทูตแห่งราชอาณาจักรเป่ยเซี่ยผู้นั้น ท่านอ๋องมู่……ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์