อาณาจักรต้าฉู่เพื่อสืบเรื่องราว ได้นับแจ้งมาว่าตอนนั้นซูเจ๋อได้รับการช่วยเหลือจากจักรพรรดิหมิงกัน หากเสด็จพี่มั่นใจว่าซูเจ๋อใช่แน่นอน งั้นจักรพรรดิหมิงกันก็นับว่าเป็นผู้มีพระคุณของซูเจ๋อ เสด็จพี่ไยต้องคิดเล็กคิดน้อยกับทายาทคนเดียวของเขาด้วยเล่า”ผ่านไปหนึ่งวัน ในที่สุดองค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็ได้ยอมถอยไปหนึ่งก้าว และได้แจ้งเจตจำนงของพระองค์ ว่าที่ให้ซูเจ๋อมาเข้าพบที่ค่ายของเป่ยเซี่ยนั้น เพียงแค่ต้องการรู้จักก็เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใดๆ ทั้งสิ้น และได้ส่งมอบตราหยกประจำตัวองค์จักรพรรดิมาด้วย เพื่อเป็นการรับรองตราหยกประจำตัวองค์จักรพรรดิถูกวางอยู่ในกล่องผ้าสีดำ เมื่อเปิดขึ้นมาดูแล้วเนื้อหยกโปร่งใสสะอาด สีขาวเงางามไร้ซึ่งที่ติแม่ทัพที่อยู่ในกระโจม รวมทั้งเฉินเสียน ต่างพากันนิ่งเงียบ“องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทำเช่นนี้ ถือว่ามีความจริงใจไม่น้อย”“ดูท่าแล้ว เขาคงเพียงแค่อยากจะพบใต้เท้าซูเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”แต่จะอนุญาตหรือไม่ ก็ยังต้องรอคำสั่งจากเฉินเสียนอีกทีเฉินเสียนไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมาทั้งสิ้น เมื่อออกจากกระโจมแล้ว ก็มีเสื้อคลุมชุดหนึ่งคลุมลงบนตัวเธอ ซูเจ๋อกุมมือเธอไว้ เดินอยู่ริมค่ายทหารภายใต้แสงเปลวไฟเคียงคู่กับเธอซูเจ๋อพูดขึ้นว่า : “อาเสียน อย่าห่วงไปเลย ในเมื่อองค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้พูดเช่นนี้แล้ว เขาคงจะไม่กลับคำพูด ทำลายความศรัทธาของผู้คนหรอก”557
เฉินเสียนพูดขึ้นด้วยความไม่สบา