ยากทำสงครามนี้ เพียงแค่อยากจะกำราบจักรพรรดินีนั่นก็แค่นั้น แต่จักรพรรดินีองค์นั้นกลับจิตใจกล้าหาญชาญชัย แม้ว่าจะมีกองทัพนับแสนนายประจำการอยู่ที่ชายแดนข่มขวัญอยู่แท้ๆแต่ก็ไม่สามารถข่มนางได้ กระหม่อมดูแล้ว ต่างคนต่างถอยกันคนละก้าวจะเป็นการดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงหันไปทอดพระเนตรท่านอ๋องมู่ แล้วทรงตรัสขึ้นว่า :“ถอยอย่างไร?”ท่านอ๋องมู่พูดขึ้นอย่างนิ่มนวลว่า : “เสด็จพี่ไม่ได้บอกเด็กคนนั้นให้ชัดเจน ว่าที่ให้ซูเจ๋อมา เพียงแค่อยากดูให้เห็นกับตาก็เท่านั้น ดูแล้วเด็กคนนั้นก็แค่กลัวว่าเสด็จพี่จะทำอะไรไม่ดีกับซูเจ๋อ จึงได้ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียวเช่นนี้”องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงหรี่พระเนตรลง พร้อมกับตรัสขึ้นว่า : “ข้าจะเจอเขาทำไมยังต้องแจ้งเด็กคนนั้นด้วย?”ท่านอ๋องมู่ถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “เสร็จพี่คงจะยังไม่ทราบ กระหม่อมนั้นได้เห็นเองกับตา ว่าเด็กคนนั้นปกป้องซูเจ๋อเสียยิ่งกว่าอะไรดีใครก็แตะต้องไม่ได้เชียว”องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่ได้ทรงตรัสอะไรขึ้นมาอีก แววพระเนตรลุ่มลึก ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหยั่งรู้ถึงความคิดของพระองค์ได้ท่านอ๋องมู่กล่าวต่อไปว่า : “เสด็จพี่จะต้องสัญญากับนางเป็นกิจจะลักษณะรับปากว่าจะไม่ทำร้ายซูเจ๋ออย่างแน่นอน บางทีนางอาจจะยอมรับข้อตกลงนี้ก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ได้กล่าวต่อด้วยนํ้าเสียงที่บางเบา556
“กระหม่อมได้ทิ้งคนไว้ที่