ราม แพ้หรือชนะ ก็ไม่อาจคาดเดาได้กองทัพต้าฉู่พึ่งผ่านสงครามการนองเลือดมา ขวัญและกำลังใจก็ยังไม่ทันลดละหากทางต้าฉู่ได้รวบรวมเหล่าทหารสู้กับทางเป่ยเซี่ย เกรงว่าทางเป่ยเซี่ยจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากกว่าองค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงหรี่พระเนตรลง แล้วทรงตรัสขึ้นด้วยความคลุมเครือว่า : “เป็นแค่ลูกเป็ดขนเหลือง แต่กลับผยองไม่น้อย”จนในท้ายที่สุด องค์จักรพรรดิก็ไม่ได้ทรงสรุปว่าจะทำสงครามหรือไม่เมื่อเหล่าทหารแยกย้ายออกไปแล้ว ก็มีท่านอ๋องท่านหนึ่งของเป่ยเซี่ยเดินเข้ามาในกองผู้บังคับบัญชาการทหาร เพื่อเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยท่านอ๋องท่านนี้เป็นราชทูตคนเดิมที่เดินทางไปยังราชอาณาจักรต้าฉู่เมื่อครั้งที่แล้ว และเป็นพี่น้องที่องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยเหลือเพียงคนเดียว……ท่านอ๋องมู่ในราชอาณาจักรเป่ยเซี่ยท่านอ๋องมู่นั้นไม่มีอำนาจใดๆ แต่ชื่อเสียงเรียงนามของเขานั้นสูงส่ง เขาจึงสามารถอยู่เคียงข้างองค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้ และได้รับการไว้วางพระทัยและความสนิทสนมจากองค์จักรพรรดิเป็นพิเศษตอนที่ท่านอ๋องมู่มาถึง ก็เห็นสีพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด จึงหัวเราะเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “เสด็จพี่ยังทรงพิโรธอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”555
องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงตบโต๊ะยาวที่ตั้งอยู่ด้านข้าง พร้อมกับตรัสขึ้นว่า :“เด็กคนนั้น มองเบื้องลึกไม่ออกจริงๆ”ท่านอ๋องมู่จึงพูดขึ้นว่า : “ข้ารู้ว่าเสด็จพี่ไม่ได้อ