รั้งเล่าด้วยความหวาดกลัว และในที่สุดก็ถอยกลับไปที่ประตูของท้องพระโรง489
ท้ายที่สุดแล้วความวุ่นวายนี้ก็ต้องยุติลง ใครแพ้ใครชนะ นั้นก็ได้เห็นถึงความจริงแล้วต่อให้ไม่เต็มใจสักแค่ไหน ต่อให้ดื้อรั้นดิ้นรนแค่ไหน ก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์และเปลี่ยนผลลัพธ์ได้อีกต่อไปเมื่อนางเดินไป แล้วหรี่ตาลงและขึ้นเสียง “ใครกันที่เป็นโจรกบฏ? ในอดีตเจ้าราชทายาทของกษัตริย์ไหวหนานที่จำความดีของจักรพรรดิไม่ได้ ยังมาก่อกบฏเจ้าได้ทำลายอาณาจักรและญาติของข้า ตามฆ่าทั้งในและนอกวัง บัดนี้ เจ้ายังมีหน้าบอกว่าคนอื่นเป็นโจรกบฏ?”ดวงตาของจักรพรรดิแดงกํ่า เขามองออกไปนอกท้องพระโรงด้วยความเกลียดชังที่หาที่เปรียบไม่ได้ หลังจากฟังคำพูดนั้น เขาก็เห็นเฉินเสียนเดินขึ้นบันไดมาทีละนิด ตอนแรกเห็นศีรษะที่มีปิ่นหยกขาวสะอาดเหมือนครั้งแรกที่ติดอยู่ได้ปรากฏขึ้นมา จากนั้นคิ้วที่ไม่ตื่นตระหนกก็โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ และต่อมาทั้งร่างคนก็ปรากฏตัวขึ้นนอกท้องพระโรงอย่างสมบูรณ์จักรพรรดิเกลียดมากเสียจนให้ทหารรักษาพระองค์ที่อืดอาดไปควบคุมเหล่าขุนนางทั้งหมดทันที จักรพรรดิยืนอยู่หน้าเก้าอี้มังกรและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “เอาล่ะเจ้าเฉินเสียน ข้าเคยถูกเจ้าหลอกจริงๆ! เจ้ามีความอดทนมาก ข้ายังต้องคอยดู ว่าเจ้าจะช่วยชีวิตของขุนนางเหล่านี้ได้เช่นไร! ถ้าพวกเขาตายกันหมด แม้ว่าเจ้าชนะไปแล้ว และนั่งในตำแหน่งของข้า ใครจะมาคำนับเจ้าล่ะ!”เฉินเสียนจ้องไปที่เก้าอี้มังก