ม่ฆ่าข้าให้รู้แล้วรู้รอดไป!”488
ในพระตำหนักของสมเด็จพระราชชนนีมีนางในเหลือแค่ไม่กี่คง และพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยพักหนึ่ง เมื่อรอให้มาพบเข้า สมเด็จพระราชชนนีได้สิ้นพราชนม์แล้วเมื่อจักรพรรดิกลับมายังท้องพระโรงด้วยความตื่นตระหนก เหล่าทหารกำลังโจมตีประตูหานอู่ขุนนางราชสำนักหลายร้อยคนพากันยืดหน้ามองออกไป เห็นเลือดสาดกระเซ็นต่อสู้กันอย่างดุเดือด เหล่าทหารสนับสนุนเปิดทางให้เฉินเสียนอยู่ด้านหลังที่กำลังเดินอยู่ใต้ประตูหานอู่ ด้วยร่างกายที่นิ่ง เฉียบแหลมและเงียบสงบเหล่าขุนนางอดไม่ได้ที่จะเตรียมตัวให้พร้อมจะเคลื่อนไหวที่จะก่อการร้ายจักรพรรดิใช้ดาบเลือดชี้ไปที่พวกเขาและตะโกนว่า “ในพวกเจ้าใคร ใครที่กล้ายอมแพ้ต่อศัตรู ข้าจะทำให้เลือดพวกเจ้าได้สาดไปเต็มท้องพระโรงนี้! ข้าคือจักรพรรดิ ส่วนนางเป็นกบฏ และความผิดของนางจะต้องโทษตาย แม้แต่การตายก็ยังน้อยไป!”เฉินเสียนค่อยๆ เดินขึ้นบันไดหยกขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือดที่ด้านหน้าท้องพระโรง มุมขอบเสื้อของชุดคลุมสีเบจ ปัดเบาๆ ที่ขั้นบันไดหยก ได้ชุ่มไปด้วยเลือดราวกับดอกพลัมสีแดงที่กำลังเบ่งบาน ดั่งช่อดอกไม้สวยงามถึงที่สุดเส้นผมของนางที่ยกขึ้นสูงและปักด้วยปิ่นหยกสีขาว คิ้วที่เรียวยาว ถูกแช่อยู่ในสงคราม เผยให้เห็นจิตวิญญาณของความกล้าหาญ เปลือกตาเคลือบสีสัน และรูม่านตาสีดำสนิทเฉินเสียนเดินอย่างสงบและมั่นคงในทุกย่างก้าว ทหารองครักษ์ที่เหลืออยู่ไม่เยอะต่างถอยกลับครั้งแล้วค