น ไม่พบกันนานเลย สบายดีไหม!”ฉินหรูเหลียงตอบมาว่า “แม่ทัพโฮ้ว ไม่ได้พบกันนาน”เฉินเสียนไม่ได้มองผิดไปจริงๆ ผู้ที่ควบม้าโดยไม่หยุดพักจนมาถึงในยามรุ่งสางคือฉินหรูเหลียง เขาอยู่ในอาภรณ์สีเข้มซึ่งดูทะมัดทะแมง รูปร่างสูงใหญ่ทรงพลัง รูปงามและองอาจผึ่งผายแม่ทัพโฮ้วถามว่า “มือของท่านดีขึ้นหรือยัง”ฉินหรูเหลียงขยับข้อมือเล็กน้อย เขามองไปทางเฉินเสียนกับซูเจ๋อและกล่าวว่า“หายแล้วละ โชคดีที่ได้ใต้เท้าซูช่วยรักษา”ซูเจ๋อกล่าวว่า “แม่ทัพโฮ้ว โปรดหารือกับแม่ทัพฉินเกี่ยวกับสถานการณ์ของเหล่าแม่ทัพดูเถิด จะเหมาะสมหรือไม่หากจะให้เขานำทัพไปต่อสู้กับกองทัพจากเป่ยเจียง”แม่ทัพโฮ้ว “เหมาะมาก! ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าเขาอีกแล้ว!”ดังนั้นแม่ทัพโฮ้วจึงเล่าสถานการณ์ล่าสุดให้ฉินหรูเหลียงฟังอย่างคร่าวๆ ฉินหรูเหลียงเข้าใจสถานการณ์ในสนามรบได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่คำพูดแค่ไม่กี่ประโยคเขาก็วิเคราะห์สถานการณ์ได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่เขาก็เหมาะกับสนามรบเสมอ470
ฉินหรูเหลียงกราชับแขนเสื้อที่ข้อมือและเดินตรงไปหาเฉินเสียน เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้พบกัน เธอไม่ได้แสร้งทำเป็นโง่เขลาจนทำให้เขาเจ็บปวดหัวใจเหมือนตอนที่อยู่ในพระราชวังอีกแล้ว เธอในตอนนี้ยังคงมีสติสัมปชัญญะและนิ่งสงบเหมือนเช่นในวันวานแค่ได้เห็นว่าเธอยังปลอดภัยนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับฉินหรูเหลียงดูเหมือนเขาจะเรียกร้องอะไรจากเธอน้อยลงเรื่อยๆ เมื่