จ๋อก็ละสายตากลับมา เขาอ้◌ุมเฉินเสียนเข้าห้องอย่างไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแม่ทัพโฮ้วไม่วางใจ ยกเท้าขึ้นเพื่อจะตามไปด้วยจิตใต้สำนึก หากแต่ถูกเหลียนชิงโจวดึงตัวไว้เหลียนชิงโจวกล่าวว่า “แม่ทัพโฮ้วท่านมีสติหน่อย หากอาจารย์ประสงค์ร้ายต่อองค์หญิงจริงๆ เหตุใดต้องรอถึงวันนี้”แม่ทัพโฮ้วเอามือลูบหน้า พลางกล่าวว่า “ข้าไม่กลัวเขาจะประสงค์ร้าย แต่เป็น……”หากเมื่อครั้งอดีต ซูเจ๋อคอยช่วยเหลือเฉินเสียนอย่างสุดความสามารถ แม่ทัพโฮ้วต้องสนับสนุนพวกเขาเต็มที่อยู่แล้ว เพียงแต่ ณ ตอนนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป ความหวังที่กองทัพใหญ่คว้าชัยชนะจากการบุกสู้รบทางตอนเหนือกองอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาจำเป็นต้องระวังซูเจ๋อไว้ให้ดีแม่ทัพโฮ้วยอมรับว่าการข้ามแม่นํ้าได้แล้วรื้อสะพานทิ้ง(ถีบหัวส่งหลังได้รับผลประโยชน์)เป็นสิ่งตํ่าช้า หากแต่ครั้งโบราณกาลก็เป็นเยี่ยงนี้ บัลลังก์กับความมักใหญ่ใฝ่สูง เขาไม่ระวังไม่ได้ต้าฉู่รับมือกับกลียุคหนที่สองไม่ไหวแล้วแม่ทัพโฮ้วไปช้าจากการถูกเหลียนชิงโจวดึงตัวไว้ ซูเจ๋อก็อ้◌ุมเฉินเสียนเข้าไปภายในห้องแล้ว416
หน้าต่างมีแสงจันทร์ทอประกายแสงเรืองไรเข้ามา เขาวางเฉินเสียนไว้บนเตียงอย่างเบามือ ช่วยเธอดึงมาผ้ามาคลุม กล่าวว่า “นอนเถอะ”เขายืนอยู่หน้าเตียงสักพัก พอเฉินเสียนหายใจมั่นคง ซึ่งเป็นสัญญาของการหลับแล้ว จึงหันกายเตรียมจะจากไปใครจะรู้ว่าเฉินเสียนไม่ได้นอนหลับ คว้ามือของซูเจ๋อไว้กะทันหันเธอถามด้วยเสียงอู้อ