ม่เคยหวาดหวั่นท้อแท้เหลียนชิงโจวถามเรื่องต่อจากนั้นแม่ทัพโฮ้วกล่าวว่า ตอนนั้นซูเจ๋อเกือบสำเร็จแล้วเชียว ไม่เพียงแต่ทำให้รัชทายาทของกษัตริย์ไหวหนานบาดเจ็บสาหัส ยังสังหารแม่ทัพใหญ่ได้อีกหลายคนด้วยซึ่งซูเจ๋อเองก็บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน หลบซ่อนตัวในค่ายทหารไปทั่ว จากนั้นก็สู้ฝ่าฝูงชนออกมาคนเดียว โดยราชทายาทของกษัตริย์ไหวหนานส่งคนไปหลายชุดทว่าก็ไม่อาจปลิดชีพเขาได้แม่ทัพโฮ้วดื่มเหล้าหนึ่งถ้วยอย่างภาคภูมิ กล่าวว่า “วัยหน่◌ุมเป็นช่วงกล้าหาญชาญชัยก็คือแบบนี้แหละ ทำให้ข้าที่มีประสบการณ์ในสนามรบอย่างโชกโชนยังรู้สึกละอายใจยามนั้นรัชทายาทพลาดพลั้งไปแล้ว หากตอนนั้นรัชทายาทมีความสามารถเพียงพอก็ควรกำจัดคนอย่างใต้เท้าซูให้สิ้นซาก ไม่เช่นนั้นหากภายภาคหน้ามีโอกาสเมื่อใด ต้องกลับมาใหม่เป็นแน่”ซูเจ๋อกล่าว “แม่ทัพโฮ้ว ท่านดื่มมากไปแล้ว”แม่ทัพโฮ้วโบกมือ “แค่นี้จิ๊บๆ ใต้เท้าซูเจ๋อดูแคลนข้าแล้ว”เหลียนชิงโจวกล่าว “แต่ข้าจำได้ว่าตอนนั้นแม่ทัพโฮ้วประจำการอยู่ในเขตชายแดนตะวันตก เหตุใดจึงรู้เรื่องทางใต้กระจ่างเยี่ยงนี้?”411
แม่ทัพโฮ้วกล่าว “ระหว่างที่สู้รบกับเย่เหลียง ผู้ที่ร่วมมือกับกษัตริย์ไหวหนานยังมีราชสำนัก ภายในกองทหารราชวงศ์ก่อนมีคนรับรู้ ข้าก็ย่อมรู้เป็นเรื่องธรรมดาแต่ผู้ที่รู้เรื่องพวกนี้ต่อมาตายกันหมดแล้ว ใต้เท้าซูมีชื่อเสียงทางด้านอักษรในราชวงศ์ก่อน คาดว่ากษัตริย์ไหวหนานไม่รู้ว่าเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้า