านี่ ข้ายังดื่มได้อีกหนึ่งไห่เป็นอย่างตํ่า”สุดท้ายถ้วยกระเจิดกระเจิง เฉินเสียนเอ่ยขึ้นมาว่า “เหลียนชิงโจว ท่านพา แม่ทัพโฮ่วไปพักผ่อนเถอะ คืนนี้ดึกแล้ว”แม่ทัพโฮ้วเหมือนเมาแล้วจริงๆ เขาไม่ได้อยู่ต่อ ภายใต้การพยุงของเหลียนชิงโจว เขาเดินไปอย่างโซซัดโซเซเฉินเสียนรู้ตัวอีกที อาการเมาของเธอก็ใช่ย่อย ตอนนี้เธอรู้สึกร้อนและร่างกายอ่อนยวบเธอแค่เงยหน้าก็ไม่ไหวแล้วพลันฟุบลงกับโต๊ะ ซูเจ๋อก้มหน้ามองลงมา ยามนี้ถึงจะมองเธออย่างจริงจังเขาถาม “เรื่องเล่าของแม่ทัพโฮ้วเข้ากับบรรยากาศดื่มเหล้าไหม?”เฉินเสียนพยักหน้าหงึกๆไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เฉินเสียนกะพริบตาก็อยู่ในอ้อมแขนของซูเจ๋อเสียแล้วซูเจ๋ออุ้มเธอขึ้นมา เธอก็ถือโอกาสยื่นมือคล้องคอของเขา เอียงหน้าพิงอยู่ใยนอ้อมอกของเขา กลิ่นอายที่อบอ่◌ุนนี้ทำให้เธอหลงใหลเสมอมาได้ยินซูเจ๋อปรับเสียงให้ดังขึ้น ทว่านํ้าเสียงกลับแผ่วเบา “อันนี้เป็นเหล้านารีแดงที่หมัดเมื่อยี่สิบปีก่อน อย่างแม่ทัพโฮ้วที่คอแข็งดื่มไปเพียงครึ่งไหก็เมาแล้วท่านคิดว่าเป็นเหล้าสัปปะรดในเย่เหลียงหรือ?”413
เฉินเสียนยกมุมปากโค้งขึ้นด้วยใบหน้าที่มีไอหมอกเกาะกุม ยิ้มอย่างใสซื่อและมีเสน่ห์ เธอกล่าวเสียงบางเบา “ข้ามีท่านอยู่ด้วย จึงกล้าดื่มเหล้าอันนี้”เพราะซูเจ๋ออยู่ด้วย ถึงแม้จะเมาก็ไม่ต้องกังวลสิ่งใด นอกจากเขาก็ไม่มีใครทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเช่นนี้ได้ซูเจ๋ออ้◌ุมเธอเดินออกจากประตู เพื่อพาเธอไปส่งที่ห้อง