นในใจของเธอก็เกิดความสับสนไม่แน่ชัด ว่าทำไมต้องกลัวเขาความรู้สึกเช่นนี้มันเหมือนกับ——一คนคนหนึ่งที่กำลังเดินทางอยู่บนถนน เดิมทีก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไร แต่เมื่อมีคนวิ่งตามมาทางด้านหลัง แล้วก็ยังไม่ทันได้รู้แน่ชัดว่าเขาวิ่งกันทำไม แต่ตัวเองก็ควบคุมไม่ได้ที่จะไม่วิ่งตามเขาไปดังนั้นเมื่อซูเจ๋อยิ่งใช้แรงผลักประตู เธอก็ยิ่งต่อต้านที่จะดึงประตูปิดซูเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น โดยที่รู้ว่าไม่สามารถจะออกแรงต่อสู้อย่างรุนแรงได้ เขาจึงผ่อนแรงลงในทันที ทำให้เฉินเสียนนั้นยึดครองประตูได้สำเร็จซูเจ๋อพูดเสียงเบาว่า“ท่านหนีบมือข้าแล้ว”เฉินเสียนมองอย่างละเอียด มือของซูเจ๋อนั้นโดนหนีบเข้าที่ช่องประตูจริงๆเธอตกใจจึงลดการต่อต้านลง มือทั้งสองปล่อยออกจากประตู แล้วไปคว้ามือของเขาขึ้นมาสำรวจ เอ่ยขึ้นอย่างกังวลใจว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?หนีบเข้าเนื้อท่านหรือไม่?ท่านบาดเจ็บตรงไหน?”มือที่งดงามเช่นนี้ ถ้าเป็นเพราะว่าเธอได้ทำให้เกิดรอยแผลขึ้น นั่นก็คงจะเป็นความผิดของเธอซูเจ๋อก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนของเธออย่างสุขุมโดยที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้นเมื่อเห็นท่าทางของเธอที่กำลังวิตกกังวลอยู่นั้น จึงหรี่ตามองแล้วก็รู้สึกว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลดีนักซูเจ๋อขยับนิ้วมือ เลิกคิ้วแล้วเอ่ยว่า“มองแล้วก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก”389
เมื่อเฉินเสียนได้สติกลับมา ก็พบว่าซูเจ๋อนั้นได้เข้ามาในห้องของเธอเรียบร้อยแล้ว เขาหันหลังกลับไปปิดประตูอย่างสบายๆ ราวกับเป็นห้องของต