ท่ามกลางแสงเพลิงไฟ ในมือของทั้งคู่ยังถือดาบที่มีเลือดกำลังรินไหลลงมา ภาพเหตุการณ์นั้น ทำให้ตกตะลึงแต่ก็งดงามอย่างมากเกาเหลียงที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง รู้สึกตกตะลึงงุนงงเขาคิดไม่ถึงว่าพวกเขาทั้งสองคนที่ปกติไม่ค่อยจะแสดงความสามารถออกมาให้เห็น จะกลับเก่งกาจได้มากเช่นนี้ เขายิ่งคิดไม่ถึงว่าน้องชายคนที่ชื่อ “เฉินเซียน”ที่จริงแล้วเธอเป็นผู้หญิงใครจะคิดว่าทันใดนั้น เฉินเสียนจะหันมาด้วยหางตาที่แข็งทื่อ จ้องมองไปที่เกาเหลียง ด้วยสายตาอาฆาตที่พร่างพราย และตะโกนใส่เขาว่า“คุกเข่า!”ไม่รู้เพราะเหตุใด ด้วยจิตใต้สำนึกเกาเหลียงจึงนั่งคุกเข่าลงไป เวลานั้น เธอจึงยกดาบที่เต็มไปด้วยเลือดในมือให้บินออกไปที่ทหารที่เข้าโจมตีมาด้านหลังของเกาเหลียงคล้ายกับสถานการณ์ที่เธอได้พบถํ้าโจรในภูเขากับซูเจ๋อครั้งแรก ขุนเขาเขียวยังคงไม่เปลี่ยน ยกดาบขึ้นตรงไปตรงมาอย่างแน่วแน่แสงสว่างจ้าส่องเข้าตาทำให้เด็กชายหนุ่มสายตาพร่ามัว แม้แต่เลือดของทหารที่เพิ่งถูกฆ่าพ่นอยู่ด้านหลังของเกาเหลียงนั้น เขาก็ยังไม่ได้สนใจเวลานั้นเฉินเสียนก็ดึงเขาให้ลุกขึ้นมา โดยไม่ได้ทอดทิ้งเขาไว้ เธอและซูเจ๋อพาเด็กหนุ่มคนนี้ผู้ซึ่งไม่มีกำลังแรงอันใด ฝ่าฟันท่ามกลางเหล่าทหารที่ต่อต้านออกมาจากวงล้อมได้ในที่สุดกองกำลังทหารในเขตใต้ที่ตั้งทัพเตรียมพร้อมสู้รบกับศัตรู จนในกระทั้ง เมื่อได้เห็นร่างคนกำลังเดินออกมาจากเพลิงไฟอันลุกโชน ชายเสื้อที่ปลิ้วไสวพร้อมกับลั