นี้ก็เข้าใจกันผ่านการทำงานร่วมกันมากขึ้น แม้ทั้งสองคนจะไม่ได้เป็นคนพูดเยอะแต่ก็ไม่ใช่พวกที่จะคอยไปรายงานเรื่องเล็กๆน้อยกับเบื้องบน369
ตอนนั้นก็มีทหารใหม่นายหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างโศกเศร้าว่า“เฮ้อ ไม่รู้ว่าจะมีสงครามกันถึงเมื่อไร ไม่รู้ว่าชาตินี้ข้าไปทำบาปทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ถูกจับมาตายอยู่ในสนามรบเช่นนี้”หลายคนก็ต่างพากันถอนหายใจ เมื่อได้ยินนํ้าเสียงนั้นดูเหมือนว่าต่างก็ยอมรับในชะตากรรมของตัวเองแล้วทหารใหม่อีกนายหนึ่งก็พูดขึ้นว่า“พวกเจ้าว่าทหารที่ก่อการกบฏนั้นโง่หรือไม่ทำไมพวกเขาไม่โจมตีตอนที่กองกำลังเสริมของพวกเรายังมาไม่ถึง ตอนนี้กองกำลังเสริมมาถึงแล้วมันก็ยิ่งยากที่จะโจมตี”“ไม่ใช่ว่ากลัวหรอกหรือ อยากจะถอยแต่ก็คงรู้สึกอายแล้วกระมัง?”“ใครจะไปรู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรกันอยู่ ข้าเพียงแค่ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ข้าก็อยากจะจุดธูปเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลย”ทหารใหม่อีกนายก็พูดขึ้นว่า“ไม่แน่อาจจะเป็นกลยุทธ์ของพวกเขาก็ได้ ไม่เห็นหรือว่าช่วงนี้เบื้องบนนั้นดีใจกันยกใหญ่ที่กองกำลังเสริมมาถึง ช่วงเวลาที่หละหลวมเช่นนี้มันคือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด ”เฉินเสียนเลิกคิ้ว แล้วพูดว่า“ความคิดเห็นของเจ้านั้นน่าสนใจดี เจ้าคิดว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ใช่กำลังบุกยึดเข้าเมืองหรือ?”ทหารคนใหม่นายนั้นพูดว่า“อาจจะต้องรอเวลาที่เหมาะสม ทหารที่ก่อการกบฏมีจำนวนเป็นแสนคน แต่พวกเรามีเพียงแค่ไม่กี่หมื่นคน ถ้าพวกเขาแข็งข้อข