ระเส่าว่า “ทรมาน… ซูเจ๋อ กอดข้าที…”กกหูของเธอแดงกํ่า ทันทีที่เอ่ยออกไปเธอก็รู้สึกอายขึ้นมาแม้จะเขินอาย แต่ก็ยังอยากจะเอ่ยคำพูดที่เร่าร้อนและยั่วยวนออกไปซูเจ๋อจับเอวของเฉินเสียนไว้อย่างมั่นคง สูดกลิ่นหอมที่ซอกคอของเธออย่างแผ่วเบา ริมฝีปากสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่ใบหูของเธอ ดวงตาของเขาหรี่แสงลง “ระดูหยุดไปนานแค่ไหนแล้วหรือ”“ท่านรู้ดีอยู่แล้ว ยังจะถามข้า…” เสียงของเฉินเสียนแหบพร่า“เช่นนั้นข้าก็อยากทำสิ่งที่บ่าวสาวต้องทำในคืนวันเข้าหอกับท่าน” เขาวางนิ้วลงบนเอวของเธอ ค่อยๆ ปลดชุดแต่งงานของเธอออกซูเจ๋อคร่อมร่างของเฉินเสียนไว้อีกครั้ง เธอกอดเขาอย่างเต็มที่ รู้สึกพอใจพร้อมกันนั้นก็รู้สึกว่าทุกอย่างขาวโพลนเขาประทับจูบลงมาบนริมฝีปากสีแดงสดซึ่งเย้ายวนใจเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นจึงค่อยๆ เคลื่อนไปที่ลำคอ ขยับขึ้นไปที่ติ่งหูทุกสัมผัสของการจูบทำให้เฉินเสียนหวั่นไหวจนร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เฉินเสียนครวญครางเบาๆ ด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนหวานราวกับหยดนํ้า “ซูเจ๋อ ท่านเหนื่อยมากไม่ใช่หรือ แบบนี้จะไม่ทำให้ท่าน… อา… ทำให้ร่างกายของท่านทรมาน…”278
“หลังจากนอนไปครู่หนึ่ง ข้ารู้สึกสดชื่นขึ้นมาก”ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่ขับฤทธิ์ของยาในร่างกายออกมา ร่างกายจะยิ่งทรมาน ถ้าไม่ใช่เพราะยาสมุนไพร คืนนี้เขาอาจจะยับยั้งตัวเองได้ แต่ตอนนี้ทั้งเขาและเฉินเสียนถูกวางยาทั้งคู่ ไม่ต่างอะไรจากฟืนและไฟที่กำลังโหมกระ