ในเรือนเล็กๆ ซึ่งอยู่ในตรอก แม่นมซุยอดทนรออยู่ครู่หนึ่งจนชายเจ้าของบ้านกลับมา หญิงเจ้าของบ้านจึงบอกเรื่องนี้ให้สามีของนางรับทราบ ส่วนชายเจ้าของบ้านทำได้เพียงรับปากว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดแม้ว่าเขาจะคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ทหารที่เฝ้าประตูเมือง แต่เจ้าหน้าที่ทหารเหล่านั้นก็เปิดประตูเมืองให้ตามที่เขาต้องการในยามกลางคํ่ากลางคืนเช่นนี้ไม่ได้บังเอิญช่วงนี้ชายเจ้าของบ้านกำลังซ่อมกำแพงเมืองช่วงหนึ่งอยู่พอดี ยังมีบางส่วนที่ยังซ่อมไม่เสร็จและตั้งใจว่าจะไปทำต่อพรุ่งนี้ ชายเจ้าของบ้านจึงฉวยโอกาสเร่งทำงานในคืนนี้และขอออกไปขนหินจากเหมืองนอกเมือง เมื่อทำเช่นนี้เจ้าหน้าที่ทหารก็จะขวางเขาไม่ได้ชายเจ้าของบ้านพาแม่นมซุยไปด้วย เมื่อไปถึงประตูเมืองจึงบอกไปว่าเป็นหลานชายที่ต้องออกไปหาหมอที่มีชื่อเสียงเพื่อรักษาอาการป่วย จึงขอเจ้าหน้าที่ทหารที่ประตูเมืองว่าจะถือโอกาสพาออกไปพร้อมกัน พูดจบก็ยัดเงินใส่มือไปให้ในช่วงเวลานี้ที่เมืองหลวงไม่ได้มีการควบคุมที่เข้มงวดหรือต้องสอดส่องบุคคลที่น่าสงสัย อีกทั้งชายเจ้าของบ้านยังตั้งใจจะออกไปขนหินจากเหมืองเพื่อมาซ่อมกำแพงเมือง เจ้าหน้าที่ทหารที่เฝ้าประตูเมืองต่างคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเปิดประตูเล็กให้ชายเจ้าของบ้านและสตรีธรรมดาๆ นางหนึ่งซึ่งกำลังอุ้มเด็กเล็กออกไปนอกเมืองชายเจ้าของบ้านลากเกวียนออกมาจากเมืองและถามอย่างหวังดีว่า “จะให้ข้าพาพวกท่านไปหาหมอชื่อดังนั่