ังไม่ใช่หรือเพคะ? ไม่ใช่อยากให้เขาได้อยู่กับใต้เท้าไม่ใช่หรือเพคะ?”ใช่ เธอหวังเป็นอย่างยิ่งกระทั่งความฝันเธอยังอยากให้เจ้าน่องน้อยออกจากพระราชวัง เพื่อจะได้ใช้ชีวิตที่อิสระเสรี ซึ่งเธอก็พยายามเพื่อสิ่งนี้เสมอมาทว่าไม่ใช่ออกไปด้วยวิธีการตอนนี้ ออกไปอย่างนี้เขาก็ไม่อาจเห็นฟากฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล และไม่ได้สัมผัสแสงตะวันที่เฉิดฉายกับสูดดมอากาศบริสุทธิ์ที่แสนจะสดชื่นอย่างอิสระ……เฉินเสียนก้มหน้ามองเจ้าน่องน้อยด้วยความรักและสงสาร ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะเอ่ยว่า “แต่พวกเขาจะเผาเขา”แม่นมซุยกล่าว “ไม่หรอกเพคะ ขอเพียงองค์หญิงลุกขึ้นมาสู้ พวกเขาก็ไม่กล้าเผาศพแล้วเพคะ” ฉวยโอกาสตอนที่ประคองเฉินเสียน แม่นมซุยพลันกระซิบข้างหูเธอ “องค์หญิงต้องเชื่อมั่นในตัวเองและต้องเชื่อมั่นในตัวใต้เท้าด้วยเพคะ”เฉินเสียนชะงักค้างต้องเชื่อมั่นในตัวเองและเชื่อมั่นในตัวซูเจ๋อ……เฉินเสียนนึกถึงคำพูดที่ซูเจ๋อเคยบอกเธอในคืนเทศกาลหยวนเซียวครึ่งเดือนก่อนเขาถามเธอว่าอนาคตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะยินดีเชื่อใจเขาไหม?225
ยามนั้นเธอตอบไปว่าเธอเชื่อใจ การฉงนใจต่อเขาเป็นเรื่องที่เหน็ดเหนื่อยเหลือหลายเฉินเสียนมองเจ้าน่องน้อยอย่างไขว่เขว นํ้าตาอ่◌ุนๆพลันหยดใส่ใบหน้าเล็กอันเย็นเยียบ เฉินเสียนรีบเอื้อมมือเช็ดให้เขาเธอขบฟันเพื่อควบคุมความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ กล่าวด้วยความอดกลั้น“เชื่อ……แม้จะเห็นสภาพเจ้าน่องน้อยกับตา ในเมื่อข้ารับปากไว้แ