ล้ว ข้าก็จะเชื่อ……”เธอกลัวก็แต่เชื่อแล้วสุดท้ายก็ยังคงแก้ไขอะไรไม่ได้เธอรู้ว่าเวลานี้เธอควรมอบเจ้าน่องน้อยให้กับฉินหรูเหลียง เพื่อให้เขาพาออกจากวังแล้วนำส่งให้ซูเจ๋อ เธอไม่มีทางให้คนในวังเผาศพเจ้าน่องน้อยของเธอเด็ดขาดเฉินเสียนหอมหน้าผากของเจ้าน่องน้อย พึมพำว่า “เจ้าน่องน้อยเอ่ย แม่ส่งลูกออกจากวังนะ ไปหาท่านพ่อของเจ้า ให้เขาพาเจ้าไปมองท้องฟ้าที่สูงใหญ่ สูดอากาศที่อิสระเสรี ไปสัมผัสแสงพระอาทิตย์ที่เจิดจ้า เจ้าน่องน้อย ย่างเข้าสู่วสันตฤดูแล้ว ดอกไม้นาๆพันธ์ุแข่งกันบานสะพรั่ง สวยงามยิ่งนัก”ต่อมาเฉินเสียนยินยอมให้ฉินหรูเหลียงพาเจ้าน่องน้อยออกไป แต่เธอมีเงื่อนไขว่า——ห้ามผู้ใดเผาศพเจ้าน่องน้อยเด็ดขาด ต้องให้เขาสู่สุคติด้วยร่างกายที่สมบูรณ์มิฉะนั้นใครหน้าไหนก็อย่าคิดพาตัวเจ้าน่องน้อยไปจักรพรรดิคลางแคลงใจว่าจะเป็นกลลวง ทว่าสมเด็จพระราชชนนีรับสั่งว่า ขอเพียงเธอยอมมอบศพเจ้าน่องน้อย จะเผาศพหรือฝังกลบด้วยร่างกายสมบูรณ์ก็แล้วแต่226
สมเด็จพระราชชนนีไม่อยากให้เกิดเรื่องอัปมงคลเช่นนี้ในวังหลังแม้แต่วินาทีเดียวและทุกคนต่างรู้ดีว่า อย่างไรเสียฉินหรูเหลียงก็เป็นบิดาเจ้าน่องน้อย เมื่อคราเจ้าน่องน้อยยังมีลมหายใจ หาได้อยู่ด้วยกันสองพ่อลูกไม่ บัดนี้เสียชีวิตแล้วก็ควรให้ใบไม้ร่วงลงสู่ราก กลับสู่บรรพชนของตนยอมให้ฉินหรูเหลียงนำตัวเจ้าน่องน้อยกลับไปฝังยังสุสานวงศ์ตระกูล สุดท้ายก็ถือเป็นเรื่องดี หาไม่ จิ้งเสีย