ไม่ใช่เพียงเพราะในวัดมีองค์หญิงมาบำเพ็ญตบะก็จะขวางทางของผู้แสวงบุญคนอื่นๆ แต่เห็นได้ชัดว่าฉินหรูเหลียงไม่ได้มาไหว้พระทหารยามไม่อนุญาตให้ฉินหรูเหลียงและเฉินเสียนพบกันอีกต่อไป และทหารยามที่อยู่ด้านล่างภูเขาก็จับตาดูพวกเขาให้แน่นขึ้นแต่ฉินหรูเหลียงไม่ได้ใช้ถนนสายเดียวที่นำไปสู่วัดฮู่กั๋ว และใช้เส้นทางอื่นเสี่ยงที่จะตกลงมาจากภูเขาเมื่อใดก็ได้ และปีนขึ้นไปบนภูเขาเพื่อดูเฉินเสียนดังนั้นทหารยามบนภูเขาและด้านล่างภูเขาจึงปิดกั้นพวกเขาซํ้าแล้วซํ้าเล่า และพวกเขาทั้งหมดก็ป้องกันไม่ได้ สุดท้ายต้องรายงานเรื่องนี้ต่อองค์จักรพรรดิเป็นช่วงกลางคืน ฉินหรูเหลียงกลับมาจากภูเขาลู่ และกลับจวนดึก ทันทีที่เขาเข้าไปในประตู แสงที่สลัวข้างหน้าจวนของตระกูลฉินก็ดับลงเมื่อเข้าเรือนหลัก ไฟในเรือนหลักก็สว่างขึ้น204
เมื่อได้ยินพ่อบ้านบอกว่ามีแขกมา ฉินหรูเหลียงเปิดประตูเข้าไปและเห็นซูเจ๋ออยู่ในห้อง และได้รอเป็นเวลานานแล้วฉินหรูเหลียงไม่แปลกใจ และได้รินนํ้าหนึ่งแก้วขึ้นมาดื่มซูเจ๋อหันกลับมามองเขาด้วยท่าทางเย็นชาเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ช่วงนี้ท่านไปที่ภูเขาลู่ ยังเดินทางอย่างขยันขันแข็ง”ฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “ท่านไม่สามารถไปที่นั่นได้อย่างเปิดเผย แล้วยังจะไม่ให้ข้าไปอีก?”
205