ช่วงสองสามวันมานี้ ผู้คนในวังหลังต่างพากันตื่นตระหนก ไม่ง่ายนักที่ทุกคนจะส่งเสียงร้องเป็นเสียงเดียวกัน คือต้องการให้ขับไล่เฉินเสียนออกจากพระตำหนักไท่เหอการอยู่หรือไปของเฉินเสียน ไม่ได้มีผลกระทบต่อองค์จักรพรรดินีเท่าไรนัก และเพราะเหตุนี้องค์จักรพรรดินีจึงต้องทำตามเสียงเรียกร้องของผู้คนส่วนใหญ่ เสด็จไปพบองค์จักรพรรดิเพื่อพูดถึงเรื่องนี้องค์จักรพรรดินีตรัส “ในฐานะที่หม่อมฉันเป็นถึงองค์จักรพรรดินี ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการความเรียบร้อยต่าง ๆ ในวังหลัง องค์หญิงจิ้งเสียนไม่ได้เป็นคนของวังหลัง ก็ไม่ควรที่จะประทับพักอาศัยอยู่ในวังหลวงเป็นเวลานาน ซึ่งไม่ถูกกฎระเบียบ หม่อมฉันได้ยินมาว่าภูเขาลู่ การขึ้นไปเป็นเรื่องง่าย แต่การจะลงเขามาได้เป็นเรื่องยากลำบาก สำหรับนางแล้วนับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมมากเพคะ”องค์จักรพรรดิเรียกเฮ่อโยวให้เข้ามาหา และตรัสถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“พระที่วัดฮู่กั๋วนี่ยังไงกัน! ทำไมพอมาถึงก็เพ่งเล็งไปที่เฉินเสียน!”มหาปุโรหิตเข้ามาวังหลวงเพียงแค่ครั้งเดียว แต่กลับโยนความผิดมาให้เฉินเสียน ยิ่งทำให้คนขี้สงสัยอย่างองค์จักรพรรดิอดคิดไม่ได้สีหน้าของเฮ่อโยวดูว่างเปล่าและตื่นตระหนก พร้อมกับกล่าวว่า “ฝั่าบาททรงพระปรีชา เมื่อครั้งที่หม่อมฉันไปที่ภูเขาลู่ มีกงกงคอยติดตาม หม่อมฉันไม่ได้พูดเรื่องที่เกี่ยวกับองค์หญิงจิ้งเสียนเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนเรื่องที่มหาปุโรหิตพูดขึ้นให้ตกใจนั้น หม่