ดกฎ137
ตั้งแต่ที่เฉินเสียนกลับเข้าเมืองหลวง ความรู้สึกที่องค์จักรพรรดิมีต่อเธอคือเธอเป็นเพียงผู้หญิงที่คอยปกปั้องลูกชายเท่านั้น เธอเป็นคนธรรมดา ไม่มีความรู้ความสามารถ ยอมทำเพื่อลูกชายทุกอย่าง รู้จักแต่การร้องไห้และก่อความรบกวนองค์จักรพรรดิเริ่มผ่อนคลายการระมัดระวังต่อเธอ แต่จะไม่ยอมให้เธอหลุดพ้นไปจากมือได้ในที่สุดองค์จักรพรรดิก็ตกลงตามพระประสงค์ของสมเด็จพระราชชนนีและพระสนมทั้งหลายในวังหลัง ตัดสินใจนำเฉินเสียนไปส่งที่วัดฮูกั๋วบนภูเขาลู่เพื่อปฏิบัติธรรมตาม และตามข้อกำหนดที่ว่า คัดลอกพระคัมภีร์และสวดมนต์ต่อหน้าพระพุทธเจ้าทุกวันที่ตีนเขาและภายในวัด มีกองกำลังองครักษ์คอยเฝั้าเวรยามอยู่ตลอดเวลาและตอนนี้กองกำลังองครักษ์ก็ถูกส่งไปแล้ว และได้ตั้งด่านตรวจที่เชิงเขาลู่พระราชโองการก็ถูกแพร่กระจายไปยังวัดฮู่กั๋วองค์จักรพรรดิเรียกให้เฉินเสียนเข้าพบ และมีคำสั่งให้เธอออกเดินทางจากวังเพื่อไปวัดฮู่กั๋วเฉินเสียนเงยหน้าขึ้นและถามว่า “แล้วลูกชายของหม่อมฉันจะทำยังไงเพคะ?”“เขาก็ยังอยู่ที่พระตำหนักไท่เหอ”“ไม่ ไม่ได้เพคะ” เฉินเสียนกล่าว “หม่อมฉันไม่อาจแยกจากลูกชายของหม่อมฉันได้ หากหม่อมฉันไปแล้วมีคนมารังแกเขาจะทำอย่างไรเพคะ? เขาไม่มีพ่อแล้วแต่เขาจะไม่มีแม่ไม่ได้เพคะ!”ยิ่งเฉินเสียนปฏิเสธ องค์จักรพรรดิก็ยิ่งต้องการส่งเธอออกไป และตรัสอย่างรำคาญ “จิ้งเสียน นี่คือพระราชโองการ เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”138
ไม่พูดเปล