ารถนาที่ยังไม่สำเร็จ และยังมีผู้คนในโลกที่ปล่อยวางไม่ได้”125
สมเด็จพระราชชนนีนึกคิด จะไม่เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร พระสนมฉีทิ้งให้องค์ชายห้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว จะปล่อยวางได้อย่างไรกันหลังจากนั้นมหาปุโรหิตได้สอบถามถึงสถานที่ที่พระสนมฉีเคยเสด็จก่อนที่พระองค์จะสิ้นพราชนม์ และไปทำพิธีกรรมตามที่ดังกล่าว ได้ทิ้งเครื่องรางสีเหลืองไว้ตลอดทาง และพระที่เดินตามมาข้างหลังยังคงสวดคัมภีร์โดยไม่หยุดหย่อน บทสวดภาษาสันสกฤตที่เปล่งออกมาฟังดูศักดิ์สิทธิ์นักไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า หลังจากที่สมเด็จพระราชชนนีได้ฟังบทสวดคัมภีร์นั้นแล้ว ในใจรู้สึกสงบขึ้นมากมหาปุโรหิตยังกล่าวอีกว่า “เครื่องรางยันต์กระดาษที่ถูกโปรยไว้ตลอดทางที่อาตมาได้โปรยไปนั้น ไม่ว่าจะปลิวไปตกที่ใดก็ปล่อยไป รอให้ครบเจ็ดวัน หลังจากนั้นค่อยเก็บกวาดทำความสะอาดยันต์กระดาษทิ้ง”องค์จักรพรรดินีก็ติดตามสมเด็จพระราชชนนีเสด็จตามมหาปุโรหิตและพระเดินไปรอบ ๆ วังหลัง เมื่อก่อนพระสนมฉีไม่เคยไปยังพระตำหนักของพระสนมพระองค์อื่นเลย แต่พระสนมทั้งหลายต่างก็อยากจะเชิญให้มหาปุโรหิตเข้าไปทำพิธีกรรมให้บ้างองค์จักรพรรดินียังมีความสงสัย จึงตรัสถามว่า “หากว่าภายในวังแห่งนี้มีวิญญาณคนตาย ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินเสียงร้องไห้ และองค์จักรพรรดิเองก็ไม่เคยได้เห็นเงาผีใด ๆ เลย มหาปุโรหิตพอจะชี้แนะได้บ้างไหม”มหาปุโรหิตกล่าว “องค์จักรพรรดิเปรียบเสมือนมังกร ส่วนองค์จักรพรรดิน