้าน่องน้อยและเดินเข้าห้องไป จากนั้นไม่นานเสี่ยวเฮอก็เข้ามาและกล่าวว่า “ไม่นานมานี้ภายในวังมีผีออกอาละวาด ได้ยินมาว่าสมเด็จพระราชชนนีทรงเป็นเอาหนัก จึงทรงโปรดให้เชิญมหาปุโรหิตเข้ามาทำพิธีขับไล่วิญญาณร้ายเพคะ”127
เฉินเสียนหัวเราะออกมา และกล่าวว่า “ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องกลัวผีจะมาเคาะประตู สมเด็จพระราชชนนีและพระสนมฉีถูกคอกันไม่ใช่หรือ ทำไมดวงวิญญาณของพระสนมฉีจะต้องไปหลอกหลอนพระองค์ด้วย หากพระสนมฉีจะไปหา ก็น่าจะมาหาข้าก่อนไม่ใช่หรือ”ทันทีที่พูดจบ เฉินเสียนก็นึกอะไรได้ จู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวจนขนหัวลุกใช่สิ หากมีผีและเทพเจ้าอย่างที่พูดกัน พระสนมฉีก็ควรมาหานางเป็นคนแรกแต่กลับไปหาสมเด็จพระราชชนนีก่อน เรื่องนี้ต้องมีอะไรแปลกคำพูดที่มหาปุโรหิตพูดที่ฝังตรงข้ามวันนี้ ทำให้คนอื่นคิดมากและเข้าใจผิดเอาได้ เกรงว่าพระตำหนักไท่เหอคงต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์และโจมตีในเร็ววันเฉินเสียนถามเสี่ยวเฮอ “ใครเป็นคนเชิญมหาปุโรหิตท่านนี้มา?” เพียงแค่ได้รู้ว่าใครเป็นคนเชิญมา ก็สามารถคาดเดาจุดประสงค์ของอีกฝั่ายได้เสี่ยวเฮอกล่าว “ได้ยินมาว่าเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนใกล้ชิดขององค์จักรพรรดิเป็นผู้ให้คำแนะนำเพคะ”เฉินเสียนตกตะลึง เฮ่อโยวอีกแล้วหรือเสี่ยวเฮอยังกล่าวอีกว่า “เป็นเพราะสมเด็จพระราชชนนีหวาดกลัวจนวิตกจริตและไม่มีทางเลือกอื่นจึงได้ให้คำแนะนำเช่นนี้ มหาปุโรหิตถูกเชิญมาจากวัดฮู่กั๋ววัดฮู่กั๋วเป็นวัดบนภูเขาที่เก่าแก่น