ถึงอย่างไรเสีย เฉินเสียนอยู่ที่พระตำหนักไท่เหอทั้งวันก็ไม่มีอะไรทำ ตอนที่เจ้าน่องน้อยออกไปแกล้งจระเข้ เฉินเสียนก็ย้ายหนังสือออกไปข้างนอก มองดูเขาเล่นไปพลางและอ่านหนังสือไปพลางเมื่อเฉินเสียนสังเกตเห็นว่าเจ้าน่องน้อยดูไม่ร่าเริง จึงหันหลังกลับไปสั่งแม่นมซุย “เอ้อร์เหนียง ไปหยิบเนื้อในครัวมานี่หน่อย”พระตำหนักไท่เหออยู่ห่างออกมาจากห้องเคร่องหลักในวังค่อนข้างไกล เลยได้จัดตั้งห้องครัวขนาดเล็กขึ้น อาหารกับข้าวในทุก ๆ วันก็ทำกันที่ห้องครัวแห่งนี้ ไม่ต้องส่งมาจากห้องเครื่อง และคนในวังที่อยู่ที่ห้องครัวก็ต้องไปเอาผักผลไม้และเนื้อสดใหม่จากห้องเครื่องหลักกลับมาทุกวันเมื่อแม่นมซุยได้ยินจึงกล่าวถาม “องค์หญิงหิวแล้วหรือเพคะ?”เฉินเสียนทำหน้าเฉยและตอบกลับ “เอาเนื้อสด”ทันใดนั้นแม่นมซุยก็เข้าใจได้ทันทีว่าเฉินเสียนต้องการทำอะไร กล่าวว่า “องค์หญิง จระเข้ในน้ำก็ดุร้ายมากพอแล้ว หากยังปั้อนเนื้อสดให้อีก เกรงว่าจะยิ่งเพิ่มความดุร้ายของพวกมันนะเพคะ”เฉินเสียนกล่าว “พวกเราไม่ให้กิน คนอื่นก็มาให้กินอยู่ดี จะแตกต่างกันอย่างไรเจ้าไปหยิบมาให้เจ้าน่องน้อยปั้อน”อวี้เยี่ยนและเสี่ยวเฮอต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้เจ้าน่องน้อยไปสัมผัสจับกับสิ่งที่อันตรายเช่นนี้ เฉินเสียนพิงไปที่เก้าอี้ มือก็เคาะลงไปที่เก้าอี้ และกล่าวอย่างสบาย324
ใจ “ห้องเรียนก็ไปไม่ได้ พระตำหนักไท่เหอก็ช่างน่าเบื่อหน่าย นอกจากจระเข้พวกนี้แล้ว ยังจะมีอะไ