เสี่ยวเฮอพูดไปเยอะมากแล้ว แต่คิดว่าเขาคงฟังไม่เข้าใจ ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอย่างไรก็ตามเธอเพียงแค่เฝั้าดูอย่างใกล้ชิดมากขึ้นก็น่าจะได้ลานด้านหน้าของโรงเรียนไท่ค่อนข้างโล่งและว่างเปล่าตรงกลางมีต้นหวู่ถงใหญ่ยักษ์ตระการตา มีกิ่งก้านแผ่ซ่านไปทั่ว เมื่อฤดูผลัดเปลี่ยนจากใบไม้ผลิไปเป็นฤดูร้อน ดอกของต้นหวู่ถงจะบานสะพรั่ง สถานที่แห่งนี้จึงเป็นทิวทัศน์ที่มีเอกลักษณ์ แต่ตอนนี้ไม่มีดอกหรือใบบนกิ่ง มีแต่หิมะที่หลงเหลืออยู่ประตูห้องเรียนเปิดแง้มไว้ มองเห็นเด็กที่น่าจะโตกว่าเจ้าน่องน้อยนั่งกันข้างในประปรายเจ้าน่องน้อยไม่มีทีท่าจะเดินเข้าไปในห้องเรียน เขายืนอยู่ที่ลานด้านหน้าอย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย ใส่เสื้อขนเป็ดนุ่ม ๆ ใบหน้าที่บอบบางและขาว ราวกระเบื้องเคลือบสีสันสดใสเสี่ยวเฮอรู้สึกสงสาร ยืนนานเกรงว่าจะเหนื่อย เธอบีบแขนเสื้อและกวาดรากหนาของต้นหวู่ถงที่ยื่นไปที่พื้น กวาดคราบหิมะออก และให้เจ้าน่องน้อยนั่งลงบนรากไม้เจ้าน่องน้อยย่อตัวลง และนั่งลงไป318
เขาจ้องมองไปที่หน้าต่างของห้องเรียน และบางครั้งก็ได้เห็นผู้ชายรูปร่างสูงในชุดขุนนางเดินผ่านไปมาระหว่างช่องหน้าต่าง แววตาของเจ้าน่องน้อยจับจ้องไปที่เขาคนนั้นเสี่ยวเฮอชี้ไปที่อาจารย์ที่อยู่ในห้องเรียน และแอบกระซิบบอกเจ้าน่องน้อยว่า“คนนั้นเป็นอาจารย์ผู้ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชามากที่สุดในโรงเรียนไท่ ต่อไปหากท่านชายน้อยได้เรียนกับเขา ในอนาคตอาจจะได้เป็นอย่างเขาก