วและกล่าวว่า “หลังจากพูดคุยจบก็เข้ามาทานอะไรสักหน่อย หิมะตกหนักยืนอยู่ข้างนอกไม่หนาวหรือไง”ฉินหรูเหลียงเข้าไปแล้ว ซูเจ๋อก้มศีรษะลงมาจูบหน้าผากของเฉินเสียน และกล่าวอย่างนุ่มนวล “หิมะตกหนักแล้ว รีบเข้าไปเถอะ ข้าต้องกลับแล้ว”เฉินเสียนรู้สึกหลงใหลที่เขาก้มศีรษะลงมา เธอสูดหายใจลึกและเอื้อมมือไปโอบศีรษะของเขา ขยี้ผมระหว่างนิ้วของเขา และปล่อยลงเธอกล่าวกระซิบ “รอก่อน ข้าไปหยิบร่มมาให้ท่าน”เฉินเสียนวิ่งกลับเข้ามาในห้อง หยิบร่มและวิ่งกลับออกไป เมื่อวิ่งออกมาถึงลานก็หยุดชะงักลง กำแพงดูว่างเปล่า และไม่มีแม้แต่เงาของซูเจ๋อเธอรู้สึกราวกับฝันไป ยื่นมือออกไปเพื่อจะลูบหน้าผาก มีเพียงความอบอุ่นจากศีรษะที่โค้งคำนับและจูบเท่านั้นที่ยังคงอยู่อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ต้องให้เธอเห็นเงาของเขาที่กำลังเดินจากไป ดังนั้นเขาเลยเลือกที่จะออกมาตอนที่เธอหันหลังกลับเข้าห้องไปหยิบร่มร่างสูงใหญ่ของฉินหรูเหลียงยืนขวางประตูห้องเอาไว้ เงาร่างเขาปกคลุมร่างผอมบางของเฉินเสียน197
เขามองดูเธอที่โดดเดี่ยวอย่างลึกซึ้ง แล้วก้าวออกจากประตูแล้วลากเธอกลับมาจากท้องฟั้าที่เต็มไปด้วยหิมะแล้วกล่าวว่า “ท่านวางใจได้ เขายังสามารถเดินวิ่งได้คล่องแคล่ว คงไม่โดนหิมะมากเท่าไหร่ ไปเถอะ เข้าข้างในกัน”หลังจากนั้นก็ลากเฉินเสียนเข้ามาในห้องด้วยกำลัง ฉินหรูเหลียงวางมือที่อุ่นในมือของเธออีกครั้ง หันหลังกลับมายกอาหารมื้อดึกให้เธอ “รีบทานสิยังร้อน ๆอยู่เ