าวว่า “หากเป็นเช่นนั้นจริง เกรงว่าท่านต้องอยู่บนโลกสักพักหนึ่งก่อน รอให้ชุบเลี้ยงซูเซี่ยนจนเติบใหญ่แล้วค่อยไปหาข้า”เฉินเสียนกล่าว “ข้าพาเขาไปพร้อมกับท่านไม่ได้หรือ?”“เขาเพิ่งหนึ่งขวบ ไม่เคยเห็นโลกอันศิวิไลซ์ ยังไม่เคยสัมผัสการเกิดแก่เจ็บตาย หากเป็นเช่นนั้น ท่านอ้มท้องเขาสิบเดือนและคลอดออกมาอย่างยากลำบากก็เท่ากับไร้ประโยชน์ ไม่ใช่หรือ?”เฉินเสียนกอดซูเจ๋อแนบแน่น พึมพำว่า “ซูเจ๋อ ข้าไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้เลยเหมือนท่านกำลังสั่งเสียอย่างไรอย่างนั้น”“ท่านไม่ชอบฟัง ข้าก็ไม่พูด” ขอเพียงเธอเข้าใจก็พอไม่มีสิ่งใดตายตัว ต้องมีความเสี่ยงเป็นเรื่องธรรมดา หากสุดท้ายเขาไม่อาจเดินเป็นเพื่อนเธอถึงจุดหมายปลายทาง เขาหวังให้เธอมีที่พึ่งพิงและที่ฝากฝังเธอยังมีเจ้าน่องน้อย ยังมีลูกชายของพวกเขาเป็นความหวัง“ซูเจ๋อ ข้าไม่ให้ท่านเกิดเรื่องเด็ดขาด” เฉินเสียนกล่าวด้วยความนิ่งและตั้งมั่น“อีกเรื่องก็คือ ในจดหมายข้าบอกให้แม่ทัพโฮ้วเตรียมตัวให้พร้อม รอให้ผ่านเหมันตฤดู พอถึงวสันตฤดูของปีหน้าเมื่อไหร่ก็ให้เขานำทัพมาตีในเมืองหลวงได้เลย”ซูเจ๋อกล่าว “งั้นก็ใกล้แล้วนี่”163
ปกติเฉินเสียนรู้สึกราตรีในเหมันตฤดูช่างหนาวเหน็บและยาวนานเหลือเกินทว่าคืนนี้เวลากลับผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เธออยากให้คืนนี้ยาวนานกว่านี้ เธอจะได้อยู่ข้างกายซูเจ๋อนานขึ้นฉินหรูเหลียงเห็นทั้งสองสวมกอดกัน ความรักทำให้พวกเขาทั้งสองรู้สึกอบอ่นแล้วหรือไม