ๆไม่เช่นนั้นเมื่อซูเจ๋อออกมาแล้วท่านผอมเกินไป จะเอาอะไรไปสู้หน้าเขา เขาจะคิดได้ว่าข้าเอาเปรียบท่าน ไม่ยอมให้ท่านกินข้าว”เขาพูดอย่างหยาบคายและแข็งกร้าวทว่าเฉินเสียนกลับรู้สึกตื้นตันและอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกหลังจากนั้นเฉินเสียนก็ไม่ได้เถียงกับฉินหรูเหลียงอีก เธอพยายามกินอาหารที่ฉินหรูเหลียงตักมาใส่ชามของเธอให้ได้มากที่สุดอวี้เยี่ยนเข้ามาช่วยเฉินเสียนล้างหน้าบ้วนปากหลังมื้ออาหารเย็น หลังจากนั้นเธอจึงเอนกายนอนลงบนเตียงเมื่อฉินหรูเหลียงเห็นว่าเธอสงบเช่นนี้เขาจึงกลับไปที่ห้องของตัวเอง หากเกิดอะไรขึ้นในยามดึกเขาเองก็จะได้ไหวตัวทันฉินหรูเหลียงตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจ เหมือนมีอะไรมาดลใจให้เขาลุกออกจากเตียงและเดินไปดูว่าเฉินเสียนนอนหลับสบายดีไหมเมื่อเห็นว่าไฟในห้องนอนของเธอยังเปิดอยู่เขาก็เริ่มโกรธขึ้นมาจริงๆ133
ฉินหรูเหลียงผลักประตูเข้าไปด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม อวี้เยี่ยนยังคงอยู่ในห้องเมื่อหันไปเห็นฉินหรูเหลียงเดินเข้ามานางก็เอ่ยปนสะอื้นว่า “ท่านราชบุตรเขยมาแล้ว รีบมาเกลี้ยกล่อมองหญิงเถอะเจ้าค่ะ พระองค์ไม่ยอมบรรทมเสียที”ฉินหรูเหลียงเดินเข้าไปในห้องอย่างผ่าเผยและเห็นเฉินเสียนนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง เธอนั่งกัดเล็บโดยไม่รู้ตัวราวกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “เฉินเสียน ท่านเป็นบ้าอะไรอีก ดึกดื่นปั่านนี้แล้วเหตุใดจึงยังไม่นอน หรืออยากให้ข้าทำให้ท่านหมดสติ