ยงคืนไปแล้วมือและเท้าของเธอยังคงเย็นเยียบ แม้ว่าจะห่มผ้าห่มหนาๆ ก็ไม่อาจทำให้เธออุ่นขึ้นมาได้ต่อมาเสียงกระซิบกระซาบที่ดังอยู่ในเรือนก็ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นแม้ว่าเธอจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน แต่ก็เป็นการนอนที่ไม่มีคุณภาพเลย แค่มีเสียงเคลื่อนไหวดังขึ้นมานิดเดียวก็ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาได้หลังจากนั้นส่วนใหญ่เธอก็แค่หลับตาและทำเป็นไม่สนใจเสียงฝีเท้าดังมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู และเสียงของแม่นมซุยก็ดังมาจากด้านนอก “องค์หญิง หมอหลวงมาเพื่อตรวจร่างกายเพคะ”เฉินเสียนกำลังล้มหมอนนอนเสื่อ ดังนั้นเมื่ออวี้เยี่ยนและแม่นมซุยเข้าออกประตูทุกบานจึงถูกปิดไว้จากด้านนอก ตอนนี้จึงไม่มีใครเข้ามาพบเฉินเสียนที่นี่ได้โดยพลการยังไม่ทันที่เธอจะตอบกลับ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นมา พร้อมกันนั้นก็หอบเอากลิ่นอายของบรรยากาศที่สดชื่นมาด้วยเฉินเสียนเอ่ยด้วยเสียงที่แหบพร่าอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า “นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว จะมาตรวจอะไรอีก เอ้อร์เหนียง เชิญหมอหลวงกลับไปก่อน พรุ่งนี้เมื่อมีเวลาค่อยกลับมาก็ยังได้”1278
แม่นมซุยไม่ตอบ คิดๆ ดูแล้วก็น่าจะเป็นเพราะกังวลเกี่ยวกับอาการของเธอเมื่อใดก็ตามที่หมอหลวงมา นางจะเชิญหมอหลวงให้เข้ามาในห้องโดยไม่คำนึงว่าเป็นเวลาใดเฉินเสียนได้ยินเสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาเดินเข้ามาจากด้านนอกและตรงเข้ามาที่เตียงของเธอ เธอถอนหายใจและขยับตัวออกมาจากผ้าห่มเย็นๆ จากนั้นจึงลุกขึ้นนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงถึงอย่าง