ไรเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะผล็อยหลับลงไปอีกไหนๆ หมอหลวงก็มาแล้ว จะตรวจก็ปล่อยให้ตรวจไปเฉินเสียนดึงชายผ้าห่มขึ้นมาและเอ่ยว่า “กลางดึกเช่นนี้หมอหลวงยังอุตส่าห์มาที่นี่เพื่อตรวจร่างกายข้า ช่างขยันขันแข็งต่อหน้าที่เสียจริง” พูดจบเธอก็เลิกแขนเสื้อของตัวเองขึ้นและวางข้อมือซึ่งซีดเซียวและผอมบางลงที่ขอบเตียง“ต้องตรวจชีพจรก่อนหรือไม่ เชิญหมอหลวงตามสบาย”เธอไม่มีข้อห้ามมากนักเพราะอยากรีบทำให้จบ จะได้ใช้เวลาเงียบๆ อย่างสงบในยามดึกหมอหลวงอยู่ห่างจากเตียงของเธอไปสองก้าวและไม่ได้ขยับเขยื้อนกลิ่นหอมเย็นๆ อันเจือจางลอยเข้ามาเตะจมูกของเฉินเสียน เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยจนทำให้เธอใจเต้นไม่เป็นสํ่ากลิ่นหอมของไม้กฤษณาเธอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวและพบว่านอกจากซูเจ๋อแล้ว เธอไม่ชื่นชอบกลิ่นเช่นนี้ที่มาจากตัวของคนอื่นเลย1279
เฉินเสียนยกเปลือกตาขึ้นด้วยสีหน้าที่เหนื่อยอ่อนและค่อยๆ กวาดสายตามองไปทางเขาแต่ไม่คิดว่าสายตาจะชะงักอยู่กับที่ทันทีที่เหลือบไปมอง เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งและหลงเหลือไว้แต่เพียงแสงริบหรี่ภายในห้องบุรุษผู้นี้สวมชุดผ้าไหมสีนํ้าเงินตัวยาวทรงกว้างเหมือนชุดของหมอหลวงในราชสำนัก เขาสวมหมวกขุนนาง ซึ่งภายใต้หมวกขุนนางนั้นมีใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติดุจดั่งภาพวาดที่เทพเนรมิตดวงตาของเขาเรียวยาว หางคิ้วชี้ขึ้นเล็กน้อย ในแววตามีประกายให้เห็นรางๆเฉินเสียนมองเขาและชะงักอยู่เช่นนั้น แววตาสีขาวและด