ำที่ตัดกันค่อยๆ มีประกายใสๆ รื้นขึ้นมาเธอไม่กะพริบตาและพยายามหายใจอย่างแผ่วเบาที่สุด ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจะไปรบกวนภาพที่เห็นตรงหน้าที่ยืนอยู่ข้างเตียงของเธอคือซูเจ๋อเขามาเงียบๆ โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าในคํ่าคืนอันหนาวเหน็บเขาพกพากลิ่นอายของความเย็นติดกายมาด้วย และบนไหล่ก็ยังมีประกายของเกล็ดหิมะที่ยังไม่ละลายหลงเหลืออยู่ซูเจ๋อถือถาดไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ซึ่งในถาดมีอาหารวางอยู่สองสามถ้วย“ยังไม่ตรวจชีพจรหรอก” เขายกมืออีกข้างหนึ่งและใช้นิ้วที่ขาวสะอาดหมุนหมวกขุนนางที่อยู่บนหัว จากนั้นจึงค่อยๆ ถอดออกอย่างไม่รีบร้อน1280
เส้นผมสีดำราวกับหมึกที่ร่วงลงมาปรกอยู่บนบ่าดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็กลับดูนุ่มสลวย แสงไฟส่องให้เห็นรูปร่างของเขาซึ่งมีระดับตื้นลึกตามแสงเงา เสื้อคลุมผ้าไหมสีนํ้าเงินสดและขอบของชุดก็ดูเรียบร้อยไร้ที่ติเธอสะเพร่าจริงๆ จะยังมีใครที่มีกลิ่นอายเย็นๆ ของไม้กฤษณาเช่นนี้อีกนอกจากซูเจ๋อ นอกจากเขาแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีใครที่เหมาะกับกลิ่นอายเช่นนี้เลยสักคนเฉินเสียนหลุบตาลง ได้ยินเสียงเธอหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดว่า “ข้าคิดว่าหลังจากบอกลาคราวก่อน คงอีกนานกว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง ต่อให้เห็นแค่ในฝันก็ไม่เป็นไร ไหนเลยจะคิดว่านี่ไม่ใช่ความฝัน”เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เจอกันแค่พักหนึ่ง แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนแยกจากกันไปนาน แล้วอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเหมือนฝันไปเธอมึนงงอยู่พักหนึ่