งและรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังเดินอยู่บนถนนสายยาวเพียงลำพัง ทั้งเหนื่อยล้าและอ่อนแรงซูเจ๋อวางถาดลงบนโต๊ะและหยิบถ้วยขึ้นมาหนึ่งใบ ซึ่งภายในถ้วยคือโจ๊กเข้มข้นที่เพิ่งทำมาใหม่ๆถ้วยเครื่องเคลือบยังอุ่นๆ และโจ๊กในถ้วยก็ยังร้อนมากซูเจ๋อเปิดฝาและหยิบช้อนขึ้นมา เขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า “ได้ยินเอ้อร์เหนียงบอกว่าท่านเอาแต่ดื่มยาทุกวันและไม่ยอมกินข้าว”“แค่ดื่มยาหม้อพวกนั้นข้าก็อิ่มพอแล้ว”1281
ซูเจ๋อตักโจ๊กยื่นไปที่ปากของเธอ ทว่าเธอไม่ยอมอ้าปาก เพียงแค่ได้กลิ่นซุปเนื้อข้นๆ เธอก็รู้สึกเหม็นคาวขึ้นมาเล็กน้อยนานแล้วที่เฉินเสียนไม่ได้แตะต้องอาหารคาวเช่นนี้ เธอไม่แม้แต่จะคิดถึงมันแถมยังรู้สึกเบื่ออาหารหน่อยๆโจ๊กในถ้วยมีสีสันขาวนวลและดูไม่เลี่ยน ดูแล้วน่าจะต้มด้วยนํ้าซุปซี่โครง ซึ่งกลิ่นของมันทำให้ประสาทสัมผัสของเธออ่อนไหวกว่าปกติเฉินเสียนกล่าวว่า “ไม่กินไม่ได้หรือ ข้าไม่รู้สึกอยากอาหารเลย”ซูเจ๋อกล่าวว่า “ข้าเองก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็น เลยคิดว่ามากินด้วยกันกับท่านน่าจะดีกว่า”หัวใจของเฉินเสียนเต้นแรง เธอมองเขาส่งช้อนเข้าปากของตนเองและกินโจ๊กไปหนึ่งคำเฉินเสียนเห็นลูกกระเดือกของเขาขยับและค่อยๆ กลืนลงไปสีหน้าของเขาเองก็ดูไม่ค่อยดีนัก ดูเหนื่อยล้าและซีดเซียวราวกับว่ามีเรื่องให้ต้องขบคิดหลายวันติดต่อกันเพราะการปรากฏตัวของเขา จิตใจที่เคยสงบของเฉินเสียนจึงปั่นป่วนอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้มั