ูหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าข้าจะตายเสียแล้วแต่จนถึงตอนนี้ข้ากลับยังไม่ตาย”หลังจากต้มยาเสร็จ เด็กสาวจึงยกยาเข้ามาให้เฉินเสียนเฉินเสียนเหลือบมองนางนิดหนึ่ง เมื่อดื่มยาหมดจึงหันไปมองนางอีกครั้งก่อนจะเอนตัวนอนลงบนเตียง เอื้อมมือออกไปให้เด็กสาวตรวจชีพจรพลางเอ่ยว่า“หมอยังเด็กมาก”เด็กสาวยิ้มและกล่าวว่า “ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงชมเพคะ”1259
เฉินเสียนยิ้มอย่างอ่อนแรงและกล่าวว่า “แถมยังคุ้นตามากด้วย”เด็กสาวกล่าวว่า “ขอบพระทัยเพคะที่องค์หญิงยังจำหม่อมฉันได้ ตอนนี้ใบหน้าของพระองค์หายดีแล้ว ไม่มีร่องรอยการเสียโฉมในตอนนั้นให้เห็นเลยสักนิด หม่อมฉันจำแทบไม่ได้”เฉินเสียนหรี่ตาและถามว่า “เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”คนที่มารักษาเธอตอนนี้คือเด็กสาวที่ช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อสองปีก่อน นี่มันบังเอิญเกินไปเด็กสาวกล่าวว่า “บิดาของหม่อมฉันบอกว่าที่นี่ให้ค่าตรวจรักษาอย่างงาม จึงให้หม่อมฉันมาลองดูเพคะ”เฉินเสียนไม่ได้ถามอะไรมากกว่านี้ เธอเพียงแต่บอกว่า “เช่นนั้นอีกครู่หนึ่งก่อนที่เจ้าจะกลับไป อย่าลืมไปขอค่าตรวจรักษาจากพ่อบ้านละ”เด็กสาวกล่าวว่า “อวัยวะภายในขององค์หญิงได้รับความเสียหาย ทรงพักผ่อนอยู่บนเตียงและอย่าเพิ่งลุกไปไหนมาไหนนะเพคะ เพราะหม่อมฉันก็ไม่รู้เช่นกันว่าพระองค์จะอาการทรุดลงอีกเมื่อไหร่”เฉินเสียนกระตุกยิ้มมุมปากและเอ่ยว่า “เป็นหมอที่ปลอบใจคนได้แย่ที่สุด เจ้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย”ฉินหรูเหลียงขมวดคิ้วแล