ผลก็คือยังไม่ทันถึงหน้าประตูจวนแม่ทัพใหญ่พลันได้ยินเสียงร้องไห้ที่แหลมและเศร้ารันทดก่อนพอเดินเข้าไปดูใกล้ๆก็พบว่า ด้านหน้าประตูใหญ่ที่ปิดมิดชิดมีสตรีคลานอยู่หนึ่งราย โดยนางเคาะประตูไม่หยุดหย่อน ซึ่งนิ้วมืออ่อนน่◌ุมที่ปกติบำรุงรักษาเป็นอย่างดี บัดนี้ผิวถลอกอยู่บนบานประตูเสียแล้ว โดยแม้กระทั่งเล็บมือก็พลันขาดเป็นชิ้นๆ ทิ้งคราบเลือดไว้อย่างเลือนรางเฉินเสียนยืนอยู่หน้าประตูสักพัก อดนึกถึงภาพสองปีก่อนที่ตนถูกขับไสไล่ส่งออกจากประตูแห่งนี้ซึ่งลำบากถึงขั้นเรียกฟ้าฟ้าไม่ตอบ เรียกดินดินไม่ขานเลยทีเดียวบัดนี้ถึงตาหลิ่วเหมยอู่แล้วไม่ว่านางจะร้องไห้ยอมรับผิดเพียงใด คนด้านในก็ไม่ขานตอบนางสักคำเฉินเสียนกล่าวอย่างไม่มีเหตุใดเกิดขึ้น “หากท่านร้องตะโกนเช่นนี้ ไม่นานผู้คนละแวกนี้ก็จะได้ยิน เชื่อว่าไม่นานคนทั้งเมืองก็จะรู้เรื่องท่านถูกไล่ออกจากจวน”หลิ่วเหมยอู่ไม่อยากโวยวายจนสุดท้ายตัวเองไม่เหลือสิ่งใด อีกทั้งชื่อเสียงยังป่นปี้อีกต่างหาก พลางหยุดร้อง หากแต่นํ้าตายังไหลรินไม่ขาดสาย1155
เฉินเสียนยกเท้าเดินขึ้นขั้นบันได ยื่นมือไปยังที่จับประตูลักษณะวงกลมที่ทำมาจากทองแดง แล้วเคาะประตู ทหารคุ้มกันที่อยู่ด้านในพลันเปิดประตูบานเล็กออก เมื่อเห็นเฉินเสียนกลับมาก็รีบเชื้อเชิญเธอเข้าไปเฉินเสียนค่อยๆเดินผ่านหลิ่วเหมยอู่แล้วถูกนางดึงปลายกระโปรงไว้หลิ่วเหมยอู่แหงนหน้ามองเฉินเสียน พลางกล่าวว่า “ขอร้องท่านละ……”“ขอร้อง