ฉินเสียนรู้สึกว่าตอนอยู่กับเขา เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน หากรั้งอยู่ต่อไปฟ้าคงมืดแล้วแม้ได้อยู่ด้วยกันชั่วครู่ แต่ก็ต้องจากกันไปซูเจ๋อยกนิ้วไปแตะริมฝีปากที่ยังคงบวมแดง กล่าวว่า “ท่านไปก่อน พอท่านไปแล้วข้าก็จะไป”เฉินเสียนกล่าว “ครั้งนี้ท่านไม่ต้องตามหลังข้าแล้ว พอข้าไปถึงถนนเมื่อไหร่ก็จะมีคนอื่นมาจดจ้องแล้ว”ซูเจ๋อเงียบไปชั่วอึดใจ กล่าวว่า “ระหว่างทางระวังตัวด้วย”“งั้น ซูเจ๋อ ข้าไปแล้ว” เฉินเสียนยกริมฝีปากขึ้น ฝืนยิ้มให้เขา1152
เขากลับตอบว่า “ท่านไม่อยากยิ้มก็ไม่ต้องฝืนใจตัวเองหรอก”เมื่อเฉินเสียนหยุดยิ้ม จู่ๆก็ยกเท้า ขยับกายไปจูบริมฝีปากของเขา เห็นเขาอึ้งเฉินเสียนจึงกลับมายิ้มอีกครั้ง พลางกล่าวเสียงตํ่าๆ “วันนี้แอบนัดเจอกับท่าน ทำให้ข้ารู้สึกตื่นเต้นระทึกขวัญมาก”ซูเจ๋อกล่าว “แอบรักกันก็ตื่นเต้นระทึกขวัญอย่างนี้แหละ”เฉินเสียนเงียบ “ท่านยังพูดได้เต็มปากอีก”“ข้ามีปัญญามีชู้ ไยข้าถึงพูดเต็มปากไม่ได้”“……”ตั้งแต่แรกจนถึงบัดนี้ พวกเขาไม่อาจรักกันอย่างเปิดเผย ต้องลับๆล่อๆตลอดเมื่อเฉินเสียนเดินออกจากลานบ้านพลันรู้สึกกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหยียบพื้นแล้วรู้สึกหนักอึ้งมาก ลมที่สัมผัสก็รู้สึกหนาวเย็น เสมือนการอยู่กับซูเจ๋อระยะสั้นเป็นเพียงความฝันล้มๆแล้งๆเธออยากหันกายกลับไป เธอรู้ว่าซูเจ๋ออยู่ด้านหลังประตูบานนั้นทว่าถึงเธอจะหันกลับไปกี่ครั้ง อาลัยอาวรณ์เพียงใด สุดท้ายเธอก็ต้องจากไปอยู่ดีเดินเ