ๆ ด้วยความที่สตรีเจ้าบ้านซึ่งกำลังเข้าครัวอยู่มีความรู้ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงฟังอะไรไม่ออกขอเพียงได้ยินบุตรชายอ่านตำรา นางก็พึงพอใจแล้วซูเจ๋อกับเฉินเสียนก็รอทานข้าวเที่ยงอยู่ในลานบ้านอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่ายถึงแม้ลานบ้านจะเล็ก หากแต่มีข้าวของจัดวางไว้มากมาย ที่มุมกำแพงยังเลี้ยงแม่ไก่ไว้ตัวหนึ่ง ซึ่งกำลังพาลูกไก่ออกหาอาหารซูเจ๋อได้ยินเสียงเด็กอ่านตำรา พลางขมวดคิ้วมุ่นเห็นเด็กกำลังอ่านอย่างสนุกสนาม เขาก็ไปยืนด้านข้างเด็ก แล้วกวาดสายตามองหนังสือในมือเด็กชาย กล่าวว่า “อาจารย์สอนเจ้าอ่านเยี่ยงนี้หรือ?”เด็กพยักหน้าหงึกๆ “อาจารย์บอกให้ฝึกอ่านบทความจนคล่อง พรุ่งนี้จะสอบในห้องเรียน”ซูเจ๋อยกคิ้วไม่แสดงท่าทางใดๆ กล่าวว่า “เจ้าอ่านได้คล่องมาก หากแต่อักษรในหนังสือเจ้าอ่านถูกแล้วหรือ?”เด็กเกาศีรษะ “ข้ารู้สึกว่าถูกอย่◌ูนะ หากอ่านผิด อาจารย์ก็คงแก้ไขให้”ปกติซูเจ๋อไม่ค่อยชอบอยู่กับเด็กสักเท่าไหร่ สาเหตุก็เพราะเขาชอบความเงียบสงบ และธรรมชาติของเด็กก็มักจะร่าเริง ซุกซนอย่างไม่หยุดหย่อน1144
แต่เขาไม่รู้สึกเช่นนั้นกับเด็กคนนี้ เด็กเบิกตาคู่สุกใสมองเขา ส่วนอารมณ์ของเขาก็ดีพิเศษ จึงแนะนำให้เด็กคนนี้อย่างเหมาะสมสองสามประโยคเด็กชายฟังอย่างใจจดใจจ่อ พลางกล่าวว่า “ท่านสอนไม่เหมือนอาจารย์ แต่ข้ารู้สึกว่าท่านสอนดีกว่า”เมื่อได้ยินบทสนทนา สตรีเจ้าบ้านก็ชะเง้อมอง หลังจากเห็นซูเจ๋อกำลังแนะนำบุตรชายของตนพลันรู้สึกกึ่