งกังวลกึ่งชื่นใจชื่นใจที่มีคนสอนตำราบุตรของตน นางต้องอยากให้เกิดสิ่งดีๆอย่างนี้ต่อไปและสิ่งที่เป็นกังวลก็คือเขาสอนไม่เหมือนกับสำนักศึกษา ถ้าเกิดสอนผิดล่ะ ควรทำเช่นไรดี?เฉินเสียนเห็นสตรีเจ้าบ้านมีสีหน้าสับสนซับซ้อน พลางยิ้มกล่าวว่า “ฮูหยินต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?”สตรีเจ้าบ้านจึงโบกมือให้เฉินเสียน เอ่ยด้วยความเกรงใจว่า “แม่นางท่านนี้เข้ามาก่อนได้หรือไม่?”เมื่อเฉินเสียนเข้ามายังห้องครัว กลิ่นหอมของข้าวอ่◌ุนๆก็โชยมาแตะจมูกเธอกล่าวว่า “ขอบคุณฮูหยินจากใจจริง ยังอุตส่าห์ทำอาหารให้พวกข้าทานโดยเฉพาะ”สตรีเจ้าบ้านกล่าวว่า “หามิได้ พวกท่านยังไม่ได้ทานข้าว เมื่อมาถึงเรือนข้าข้าควรต้อนรับขับสู้อยู่แล้ว แม่นางอย่าได้หัวเราะข้าเลย ข้าไม่เคยรํ่าเรียนมาก่อนเลยไม่รู้หนังสือ คุณชายด้านนอก……เมื่อครู่ได้ยินบุตรชายกล่าวว่าเขาสอนไม่เหมือนอาจารย์?”1145
เฉินเสียนหันกลับไปมองซูเจ๋อแวบหนึ่ง ยกคิ้วกล่าวว่า “เขาเก่งกว่าอาจารย์ในสำนักศึกษาเสียอีก และไม่ได้สอนใครง่ายๆ คงฟังเด็กอ่านบทเรียนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเลยคิดจะสอนดูกระมัง”เฉินเสียนเอ่ยพร้อมกับเตรียมท่าจะออกไป “หากฮูหยินไม่วางใจ ข้าจะบอกให้เขาหยุด”ยังไม่ทันก้าวพ้นประตูธรณี สตรีเจ้าบ้านท่านนี้ก็รีบดึงตัวเฉินเสียนไว้ รีบผงกศีรษะกล่าวว่า “เฮ้อ ข้าวางใจ ข้าวางใจแน่นอน ขอเพียงคุณชายผู้นี้ไม่รังเกียจที่สอนบุตรชายข้า ข้าก็ดีใจที่สุดแล้ว”ฮูหยินไปเพิ่มฟืนที่เตา