อู่ประกายแห่งความหวังปรากฏขึ้นมาอีกครั้งในดวงตาของหลิ่วเหมยอู่ “ท่านแม่ทัพ เหมยอู่ไร้เรี่ยวแรง ท่านแม่ทัพช่วยอุ้มเหมยอู่หน่อยได้ไหมเจ้าคะ…”ฉินหรูเหลียงเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “เจ้าไร้เรี่ยวแรง มือของข้าก็ไร้เรี่ยวแรงเช่นกัน เจ้ายังหวังว่าคนพิการอย่างข้าจะอุ้มเจ้าได้อีกหรือ”หลิ่วเหมยอู่ชะงัก วินาทีต่อมานางก็คว้ามือของเขาและตะกายกอดรั้งเขาไว้แน่น นํ้าตาหยดลงมาดังสายฝน “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ขอเพียงแค่ท่านแม่ทัพยื่นมือมาหาเหมยอู่ เหมยอู่ก็ดีใจมากแล้ว… เหมยอู่รู้ ท่านแม่ทัพยังคงรักเหมยอู่…”ฉินหรูเหลียงหยุดฝีเท้าลงและกล่าวว่า “ข้าเกรงว่าหากเจ้าตายที่นี่ มันจะรบกวนความสงบสุขของผู้อื่น”หลิ่วเหมยอู่ตัวแข็งทื่อฉินหรูเหลียงบอกกับเฉินเสียนว่า “ท่านพักผ่อนเถิด ข้าไม่รบกวนละ”จากนั้นเขาก็พาหลิ่วเหมยอู่ก้าวยาวๆ ออกไปจากสวนสระวสันตฤดู โดยมีเซียงหลิงเดินตามไปข้างหลังอย่างไม่มีปากเสียงใดๆบรรยากาศภายในสวนสระวสันตฤดูสงบลงภายในชั่วระยะเวลาอันสั้น เป็นความสงบที่ไม่ได้สัมผัสมานานอวี้เยี่ยนกล่าวว่า “ในที่สุดก็จบเรื่องของนางหลิ่วเสียที บ่าวรู้ว่าไม่ช้าก็เร็วเรื่องที่นางทำลงไปจะต้องถูกเปิดเผยเข้าสักวัน ท้ายที่สุดนางก็ได้รับผลกรรมที่นางก่อ ช่างโล่งใจเสียจริง ท่านแม่ทัพเองก็ตาบอดนักจึงชอบนางเข้าไปได้”1076
เฉินเสียนกลับเข้าไปในห้องเพื่อพักผ่อน ในขณะที่แม่นมซุยกำลังทำความสะอาดคราบเลือดบนพื้นหลังจากนั้นอวี้เยี่ยนจึงนำช้าร