้อนๆ มาให้และเอ่ยกับเฉินเสียนว่า “บ่าวไม่คิดเลยว่าคราวนี้ท่านแม่ทัพจะยืนเคียงข้างองค์หญิงอย่างถึงที่สุดเช่นนี้”เฉินเสียนกล่าวว่า “เขาแค่ยืนอยู่ข้างข้อเท็จจริง”“เช่นนั้นก็แสดงว่าท่านแม่ทัพกับองค์หญิงก็ปรับความเข้าใจกันแล้วใช่ไหมเพคะ”อวี้เยี่ยนหันไปมองแม่นมซุยที่กำลังทำความสะอาดลานอยู่ข้างนอก สีหน้าของนางดูหม่นมัวลง จากนั้นจึงลดเสียงลงและเอ่ยว่า “เห็นได้ชัดว่ากลับมาคราวนี้ท่านแม่ทัพปฏิบัติต่อองค์หญิงเปลี่ยนไปมาก บ่าวเห็นว่า ถ้าเขายอมเจ็บปวดเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต เขาก็นับว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง เช่นนั้นองค์หญิง…”เฉินเสียนกล่าวว่า “หมายความว่าเจ้าเปลี่ยนใจไปอยู่ข้างเขาแล้วงั้นหรือ”“บ่าวเพียงแต่คิดว่าคนอย่างท่านแม่ทัพ หากจะยอมทำดีกับใครสักคนย่อมทำอย่างเต็มใจ ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง ไม่เหมือนกับใครบางคนที่ไม่มีรู้ว่ามีแรงจูงใจอะไรซ่อนไว้”เฉินเสียนเหลือบมองนางและพูดว่า “เจ้าหมายถึงซูเจ๋อรึ เขามีจุดมุ่งหมายอะไร หาเรื่องเจ้างั้นรึ?”ถ้าเธอจำไม่ผิด ทันทีที่ซูเจ๋อกลับมาเขาก็ล้มป่วยอยู่ที่เรือน อวี้เยี่ยนไม่น่าจะได้พบเจอกับเขาไม่ใช่หรือนอกจากนี้อวี้เยี่ยนจะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างทาง จะรู้ได้อย่างไรว่าซูเจ๋อทำอะไรเพื่อเธอบ้าง1077
ถึงอย่างไรอวี้เยี่ยนก็มีอคติต่อซูเจ๋ออวี้เยี่ยนอยากจะพูดอะไรอีก แต่เมื่อเห็นแม่นมซุยกลับมานางจึงลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่ สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่พูดต่อแล้วหันไปบอก