ึงลูกชาย อยากมองเขาให้ละเอียดชัดเจนสักหน่อยก็พอแล้วพ่ะย่ะค่ะ ขอร้ององค์จักรพรรดิให้จิ้งเสียนพบหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ…….”องค์จักรพรรดิไม่กล่าว สายตาเยือกเย็นมองเฉินเสียนที่รํ่าไห้จนโศกเศร้าอาดูรกินใจรอจนเธอรํ่าไห้จนจะหมดลมหายใจ และรํ่าไห้จนองค์จักรพรรดิปวดศีรษะองค์จักรพรรดินวดคลึงหน้าผาก กล่าวอย่างจนปัญญาเล็กน้อยว่า “ไม่ต้องรํ่าไห้แล้ว อีกสักครู่ให้พวกเจ้าสองสามีภรรยาไปพบก็จบแล้ว”ฉินหรูเหลียงกับเฉินเสียนรีบขอบพระทัยองค์จักรพรรดิทันทีหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้ออกมาจากท้องพระโรง ตามคนนางกำนัลไปสถานที่ที่เลี้ยงดูเจ้าน่องน้อยองค์จักรพรรดิมองแผ่นหลังของทั้งสองคน กล่าวอย่างระมัดระวังว่า“ออกมาเถิด”เวลานี้มีคนคนหนึ่งออกมาจากผ้าม่านด้านหลังอย่างช้าๆ ชุดผ้าแพรไหมสวยงาม ใบหน้างดงามราวกับหยก หล่อเหลารูปงามก็ใช่ละซิเขาคือเฮ่อโยวเฮ่อโยวเปลี่ยนเป็นสำรวมกิริยา สุภาพเรียบร้อยองค์จักรพรรดิมองเขา ที่อายุน้อยแต่ทว่าเวลาทำภารกิจนั้นสุขุมรอบคอบองค์จักรพรรดิกล่าวถามว่า“เมื่อครู่ที่พวกเขาพูด เจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่?”1022
เฮ่อโยวคุกเขาตอบว่า“ได้ยินแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นมีกี่ส่วนที่เป็นความจริง กี่ส่วนที่เป็นความเท็จ?”“กราบทูลองค์จักรพรรดิ องค์หญิงจิ้งเสียนคุยโวโอ้อวดพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงจิ้งเสียนกลัวความยากลำบาก กี่ครั้งที่พบการลอบสังหาร ความกล้าหาญที่มีนั้นตกใจจนกระโจนหายเกลี้ยง ระหว่างการเดินทางพบเจอภัยพิบัตินํ