ย่างนี้ก็เท่ากับว่าเปิดเผยความคิดของตัวเอง ทั้งยังพลาดโอกาสทองอีกด้วยก่อนที่ซูเจ๋อจะเข้ามา เฉินเสียนก็ใช้เปลวไฟเผาเชือกริบบิ้นขาดลุ่ยสำเร็จแล้วดังนั้นหลังจากที่ซูเจ๋อเข้ามา เฉินเสียนก็ยังคงแสร้งทำเป็นถูกมัดเช่นเดิม รอให้ซูเจ๋อเคลิ้มตามเธอก่อน ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่ได้ระวังตัว เธอจึงถือโอกาสนี้ลงมือกะทันหันจึงประสบผลสำเร็จในคราวเดียวความจริงพิสูจน์ว่าเธอทำได้สวยงามและราบรื่นมากเวลานี้เฉินเสียนสงบและใจเย็นมาก ต่างจากสภาพที่ร้องไห้ฟูมฟายเมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิงเธอกล่าวอีกว่า “ท่านฉวยโอกาสลงมือตอนข้าไม่ระวัง งั้นตอนนี้ก็ถือว่าหายกัน ข้าไปก่อน ข้าไม่มีทางลงใต้กับท่าน ข้าไปช่วยเจ้าน่องน้อยเอง”999
พูดจบ เธอก็โค้งตัวลงไปจับเส้นผมบนบ่าซูเจ๋ออย่างอาลัยอาวรณ์เธอไม่รู้ว่าหากกลับไปแล้ว จะได้กลับมาเมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าจะได้เจอซูเจ๋อเมื่อใดเฉินเสียนชักมือกลับมา ไม่เหลียวมองเขาอีก เธอพยายามออกจากห้องด้วยเสียงเบามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เงาของเธอหลบอยู่ในความมืดมิด เธอออกจากโรงเตี๊ยมอย่างไร้ส้◌ุมเสียงโชคดีมากที่เฮ่อโยวกับฉินหรูเหลียงไม่ได้สังเกตเห็นเฉินเสียนจูงม้ามาหนึ่งตัว แล้วควบม้ากลับไปยังเส้นทางเก่าหลังออกจากจุดพักรถม้า ด้านนอกก็คือถนนทางหลวง เธอออกเดินทางโดยไม่หยุดพัก เมื่อยามพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า เธอก็ถึงเมืองที่เพิ่งจากไปในตอนกลางวัน ซึ่งเวลานี้ก็เป็นเวลาเปิดประตูเมืองพอดีซูเจ๋อได้ยินเสียงกี