ก่อนที่การรับรู้จะเลือนหาย เฉินเสียนกลัดกล้◌ุมกับตัวเองเหลือเกินเธอคิดไม่ถึงว่าซูเจ๋อจะตีเธอให้สลบ เธอเชื่ออย่างใสซื่อว่าซูเจ๋อจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามเสียแรงที่เธออุตส่าห์รู้จักเขาบ้าง สุดท้ายก็คือเธอคิดไปเองอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ได้ระวังซูเจ๋อ จึงถูกคนคนนี้ฉวยโอกาส เขาคนนี้ดื้อดึงและน่ารังเกียจกว่าตนอีกหากเฉินเสียนยังมีสติ ยังสามารถพูดคุยได้ เธอต้องเดือดดาลแล้วด่าเขาให้เละเลยเสียดายที่ทุกอย่างสายไปเสียแล้วประสาทการรับรู้อ้นน้อยนิดของเธอก็คงอยู่ได้ไม่นาน จากนั้นเธอก็หลับใหลไปตามร่างกายหากแม้นร่างกายจะสลบไสล เฉินเสียนก็ยังคงพะว้าพะวังจนขมวดคิ้วแน่นเป็นปมอย่างไม่รู้สึกผ่อนคลายเลยเธอทุรนทุราย สมองคิดแต่เรื่องจะกลับไปช่วยเจ้าน่องน้อยอย่างไร ส่วนลึกของประสาทการรับรู้เร่งให้ตัวเองฟื้นขึ้นมาโดยเร็วเมื่อเฉินเสียนตื่นท้องฟ้าด้านนอกก็มืดมิดและเงียบสงบ คาดว่าคงเป็นเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วสมองของเธอยังคงรู้สึกสะลึมสะลือ กระโจมอ่◌ุนสีอ่อนล่องลอยอยู่ตรงหน้า979
เธอลองหลับตาแล้วส่ายหัว พอลืมตาก็รู้สึกว่าอาการวิงเวียนศีรษะดีขึ้นบ้างแล้วคอด้านหลังยังรู้สึกชาเล็กน้อย ซูเจ๋อลงมือหนักไม่เบาเลย อารมณ์โมโหเฉินเสียนพลุ่งพล่านในบัดดลเธอดีดตัวเพื่อลุกขึ้นมานั่งด้วยจิตใต้สำนึก ผลสุดท้ายคือเมื่อขยับกายแล้วบิดไปมากลับพบว่าเธอเคลื่อนไหวไม่ได้เฉินเสียนตั้งสติแล้วสำรวจดีๆก็พบว่าแขนขาของเธอถูกเชือกริบบิ้นชนิดอ่อนน่◌ุมมัดไว