้ ถึงเชือกจะอ่อนน่◌ุม แต่วิธีผูกกลับเป็นแบบเงื่อนตายถึงเธอจะดิ้นรนสุดแรงก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการได้เวลาเดียวกัน ด้านข้างมีเสียงอ่◌ุนๆแว่วเข้ามา “ข้าคิดว่าด้วยกำลังแรงที่ข้าลงมือ ท่านจะตื่นหลังฟ้าสว่าง คาดไม่ถึงว่าเพิ่งเที่ยงคืนท่านก็ตื่นเสียแล้ว”เฉินเสียนได้ยินพลันหันไปมอง เจ้าของเสียงก็คือซูเจ๋ออย่างไม่ต้องสงสัยและแล้วก็เห็นเขากำลังนอนหงายอยู่ ทั้งยังหลับตาพูดคล้ายกับตื่นเต็มที่แล้วแต่ก็ยังคล้ายงัวเงียด้วยที่แท้เฉินเสียนก็นอนด้านในเตียง ซึ่งเป็นเตียงเดียวกันกับเขาเธอยังไม่ได้ออกจากห้องนอนของซูเจ๋อ ทางกลับกันยังนอนเตียงเดียวกับเขาอีกต่างหากเฉินเสียนดิ้นรนไปพลาง กล่าวด้วยความโกรธเคืองไปพลาง “ซูเจ๋อ ท่านหมายความว่าอย่างไร?”980
โครงหน้าด้านข้างซูเจ๋อได้รูป จมูกสันโด่งปลายพุ่งประหนึ่งเทือกเขา ขนตาทำให้เกิดเงาใต้ดวงตาจางๆเขากล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ “หมายความอย่างที่ท่านเห็น”“ท่านปล่อยข้า”“หากข้าปล่อยท่านได้ ข้าคงไม่มัดทางไว้เยี่ยงนี้หรอก”เฉินเสียนขดตัวกัดแทะเชือกริบบิ้นที่ผูกบนข้อมือ แต่ไม่รู้ว่าซูเจ๋อผูกเงื่อนไหน เธอยิ่งกัดก็ยิ่งแน่น ไม่เหมือนเชือกป่านที่ผูกเงื่อนตายก็ดูวิธีออก สุดท้ายก็คือแม้เธอจะพยายามแค่ไหนก็ไร้ผลอย่างสิ้นเชิงเฉินเสียนโกรธจนอยากตีคน ขบฟันกล่าวว่า “ซูเจ๋อ ท่านมัดข้าทำไม ข้าขอเตือนท่านว่ารีบแก้มัดให้ข้าเดี๋ยวนี้”ซูเจ๋อลืมตา ดวงตาถูกแสงเทียนสอดส่องจนสว่างไสว เขาเอียง