ลับมาและกำลังจะเข้ามาในเรือน เฉินเสียนก็ไปยืนขวางไว้ที่หน้าประตูเธอถามว่า “ท่านไปติดต่อแล้วได้เรื่องอย่างไรบ้าง”ซูเจ๋อตอบว่า “ทุกอย่างราบรื่น พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางไปทางใต้”เขายืนอยู่ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เสื้อผ้าและเส้นผมเป็นสีดำขลับ เขานิ่งเงียบอยู่อย่างนั้นและยิ้มให้เฉินเสียนอย่างอ่อนโยน ใช้นิ้วที่ทั้งอุ่นและเย็นลูบเส้นผมที่ข้างหูของเธอและกล่าวว่า “ตลอดการเดินทางครั้งนี้ ท่านได้ใจของผู้คนมามากมาย การเดินทางของอาเสียนไม่ได้สูญเปล่า วันนี้ข้าเดินผ่านโรงนํ้าชาและได้ยินว่าชายนักเล่าเรื่องที่อยู่ในนั้นยังคงเล่าเรื่องขององค์หญิงจิ้งเสียนอยู่”เฉินเสียนยกยิ้มมุมปากและกล่าวว่า “ใช่หรือ? นี่ไม่ใช่ฝีมือของข้า แต่ทั้งหมดเป็นความดีความชอบของท่าน”964
“ทั้งหมดที่ข้าทำได้คือการชี้ทางให้ท่าน คนที่ตัดสินใจเดินไปตามเส้นทางสายนี้ได้ มีเพียงแค่อาเสียนเท่านั้น” ดวงตาที่ดำสนิทราวกับหมึกของซูเจ๋อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีเทาสลัว “อาเสียน เหมันตฤดูใกล้จะผ่านพ้นไปแล้ว”เฉินเสียนกล่าวว่า “เหมันตฤดูปีนี้เพิ่งจะเริ่มต้น”ซูเจ๋อเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่พูดอะไรเฉินเสียนครุ่นคิดนิดหนึ่งและกล่าวว่า “เราจะต้องออกเดินทางลงใต้พรุ่งนี้แล้วหรือ มันจะเร็วไปไหม ตอนนี้เมืองหลวงก็อยู่ไม่ใกล้แล้ว ถ้าข้า…”เธออยากจะบอกว่า ถ้าเธอปลอมตัวและแอบซ่อนตัวเข้าไปในเมืองหลวงแล้วพาเจ้าน่องน้อยออกมา เธอก็จะไม่กังวลใจใดๆ อีกต่อไป ในอนาคตต่อให้ฟ้