ลายได้แม้แต่น้อยเฉินเสียนว่า “ข้าอยากกลับเมืองหลวง กลับอย่างเปิดเผยคงดีกว่า อย่างไรก็ตามพวกเขาคงไม่กล้าลงมือทำอะไร”ซูเจ๋อพูดปฏิเสธ “หากด้วยวิธีนี้ องค์จักรพรรดิจะรู้ความเคลื่อนไหวของท่านได้อย่างมาก และมันจะยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก”ฉินหรูเหลียงไม่ได้พูดอะไร แต่ดูเหมือนจากคำพูดของซูเจ๋อเขาจะได้ยินการตัดสินใจของเขามานานแล้วตอนนี้เพิ่งเข้าช่วงฤดูหนาว และไม่คาดคิดว่ากลางคืนจะหนาวเย็นมากแบบนี้เมื่อถึงวันรุ่งขึ้นฟ้ายังไม่สว่าง พอเปิดประตูออกไป ลมเย็นก็พัดเข้ามาในห้องทันที ท้องฟ้าทางเหนือเย็นกว่าทางใต้และฤดูหนาวก็ยาวนานกว่าหลังจากออกจากโรงเตี๊ยม เฉินเสียนก็พบว่ามีหิมะเล็กๆ กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าเกล็ดหิมะได้ค่อยๆ ตกลงบนพื้นจนกระดำกระด่างซูเจ๋อเตรียมม้าหลายตัว และม้าก็พ่นไอนํ้าสีขาวออกมา และกีบม้าของพวกมันก็ส่งเสียงกระทบกันบนพื้น910
เขาถือเชือกบังเหียนไว้ในมือ แหงนมองท้องฟ้า และพูดอย่างมีความหมายว่า“ฤดูหนาวนี้มาเร็วมาก ขึ้นม้าเถอะ ได้เวลาเดินทางแล้ว”เวลานี้ชาวเมืองไม่ทันได้ตื่นขึ้นมาเวลาที่ประตูเมืองจะเปิดก็เร็วมาก และมีคนเดินทางอีกมากมายจะออกจากเมืองเมื่อประตูเมืองเปิดออกช้าๆ คนเดินทางที่นอกเมืองก็รีบเข้ามาในเมืองด้วยเช่นกันเพียงแค่คาดไม่ถึงว่า ในเวลานี้ผู้คนที่จะเข้ามาในเมืองก็ไม่ใช่น้อยนอกจากชาวบ้านธรรมดาแล้ว ยังมีกลุ่มม้าที่อยู่ข้างหลัง ประมาณคร่าวๆ ได้สิบกว่าคนทุกคนบนกลุ่มม้าสวมชุดธรรมดา