ซูเจ๋อกลับถึงหน้าประตูห้อง เมื่อเปิดประตูแล้ว และได้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงปิดอีกครั้งแต่แทนที่ตัวเขาจะเข้าไปในห้อง เขาหันเดินกลับออกไปจากจวนและต่างจากตอนที่เขากลับมา เขาตั้งใจระวังเสียงหายใจและเสียงฝีเท้าของเขาให้เบาไม่มีเสียง จนทำให้เฉินเสียนไม่ได้ยินเสียงนั้นในช่วงเช้าตรู่ก่อนรุ่งสาง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่หนาวที่สุดซูเจ๋อสวมชุดดำ เดินเบาๆ ในคํ่าคืนที่บางลงเรื่อยๆ ท่าทีที่เงียบสงบเหมือนกับว่าไม่ได้ปะปนด้วยสิ่งที่ไม่สะอาดทางโลก ไม่ได้ยุ่งกับมนุษย์ ซึ่งดูผสานเข้ากับแสงยามคํ่าคืนถนนที่เปลี่ยวร้าง หญ้าและต้นไม้บนถนนถูกปกคลุมด้วยนํ้าค้างแข็งบางๆในช่วงเวลานี้ไม่มีใครมาทำลายความสงบสุขนี้ได้ซูเจ๋อไปที่ถนนที่รุ่งเรืองที่สุด ช่วงก่อนที่นํ้าท่วมในฤดูใบไม้ร่วงนั้น การค้าผ้าไหมที่นี่เจริญรุ่งเรืองที่สุดแล้วถนนทั้งสายเต็มไปด้วยร้านผ้าไหม ผ้าซาตินและร้านผ้าสำเร็จรูปเพียงแต่ตอนนี้พวกเขาส่วนใหญ่ไม่อยู่แล้ว และไม่มีธุรกิจใดเข้ามาใกล้ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงปิดกิจการซูเจ๋อยืนอยู่หน้าร้านผ้าสำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในถนนสายนั้น แล้วเคาะประตู889
ชั่วโมงนี้แม้ว่าเรือนของเจ้าของจะอยู่ที่สวนหลังร้านนี้ก็ตาม บางทีทุกคนก็ยังคงหลับอยู่ดังนั้นไม่ว่าซูเจ๋อจะเคาะประตูอย่างไรก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองของคนเขาไม่มีทางเลือกนอกจากเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย วางมือที่ประตูและใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อย เขาก็เขย่าสลักด้านในให้หล