ญิงพ่ะย่ะค่ะ”ที่ด้านบนสุดของห้องโถงมีเพียงผู้พิทักษ์เมืองหนึ่งคนเฉินเสียนเหลือบมองผู้พิทักษ์เมืองรูปร่างอวบอ้วน และให้เธอนั่งในตำแหน่งที่เขาเพิ่งนั่ง แต่เกรงว่าเฉินเสียนจะเอือมจนทานอาหารไม่ลงนี่สิเฉินเสียนยิ้มและเอ่ยปฏิเสธ “ไม่จำเป็นต้องนั่งหรอก นั่นเป็นที่นั่งของใต้เท้าข้าจะนั่งลงได้อย่างไร ข้านั่งข้างๆ น่าจะดีกว่า”กล่าวจบนั่งลงบนที่นั่งว่างข้างๆ ซูเจ๋อผู้พิทักษ์เมืองตอบว่า “องค์หญิงเกรงใจไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“อย่างไรซะนี่ก็เป็นเรือนใต้เท้า ข้าคือแขก จะไม่เกรงใจได้เยี่ยงไร” เฉินเสียนเหลือบมองขุนนางที่ฝั่งตรงข้ามและกล่าวว่า “เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าข้างนอกเงียบเชียบจนได้ยินเสียงนกเสียงกาตามลม คือทุนคนในเรือนจับกลุ่มกันร้องเล่นเต้นรำ คึกคักมากทีเดียวเชียว”ผู้พิทักษ์เมืองกล่าวว่า “นํ้าท่วมไม่ใช่เป็นเรื่องจริง แต่วันเวลายังต้องดำเนินต่อไป ตราบเท่าที่ผู้คนในเมืองของข้าปลอดภัยและสมบูรณ์ ก็เพียงพอแล้ว มาเถิดพ่ะย่ะค่ะ นำเหล้ามาให้องค์หญิงและใต้เท้าซู”ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ดื่มในหมู่บ้านจนไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว เฉินเสียนจึงเลี่ยงเหล้านั่นยิ่งไปกว่านั้นเธอจะไม่แตะเหล้าในโอกาสดังกล่าวเด็ดขาดผู้พิทักษ์เมืองเก็บท่าทางวาจาที่ไม่ค่อยให้เกียรติของเฉินเสียนไว้ในใจเท่านั้นสีหน้ายังคงเก็บอารมณ์ ไม่ยิ่งยโสโอหังเหมือนจ้าวเทียนฉีเมื่ออยู่เมืองเสวียน854
ดังนั้นเฉินเสียนและซูเจ๋อจึงไม่ดื่ม เขาก็ไม่ได้บังคับงานเลี้ยงน