ั้นราบรื่นและดูเหมือนว่าบรรยากาศจะกลมกลืนกันขุนนางเหล่านี้โดยผู้พิทักษ์เมืองเป็นผู้นำ ล้วนดื่มเหล้ากัน และค่อย ๆเปิดเผยด้านที่แท้จริงของพวกเขาเฉินเสียนนั่งหลังตรงจริงจัง และรู้สึกได้ว่ามีสายตาจ้องมาที่ตัวเธอเป็นครั้งคราวหลังจากดื่มกันไปสามรอบ ผู้พิทักษ์เมืองยิ่งมองไปที่เฉินเสียนในที่นั่งยิ่งรู้สึกสบายขึ้น เธอนั่งอย่างเงียบสงบ น่าสนใจกว่านางบำเรอที่กำลังร้องเล่นเต้นรำอยู่ในห้องโถงเสียอีกโดยเฉพาะร่างสีแดงเข้ม ดูเหมือนจะเป็นสีเดียวที่เป็นจุดสนใจทั้งห้องโถงทั้งหมดทั้งร่างของผู้พิทักษ์เมืองเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่ง เข้ามาพร้อมกับจอกเหล้ายืนอยู่ที่หน้าโต๊ะของเฉินเสียน หัวเราะหึหึกล่าวว่า “องค์หญิงจิ้งเสียน ข้าเชิญท่านดื่มเหล้าสักแก้วพ่ะย่ะค่ะ?”เฉินเสียนกล่าวว่า “ท่านใต้เท้าเชิญตามสบาย ข้าไม่สามารถดื่มได้”ผู้พิทักษ์เมืองไม่เคือง และค่อยๆ วางจอกเหล้าลงบนโต๊ะของเฉินเสียน ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น คุกเข่ารับพระราชโองการของจักรพรรดิองค์หญิงจิ้งเสียนสามารถทำได้ใช่ไหม?”หลังจากนั้นเขายื่นมือเข้าไปในแขนเสื้อและหยิบพระราชโองการสีเหลืองสดออกมา855
ในเวลานี้ ผู้พิทักษ์เมืองรู้สึกว่าการร้องเพลงและการเต้นมีเสียงดังรบกวนดังนั้นเขาจึงโบกมือและกล่าวว่า “ไป ถอยออกไปทั้งหมด องค์หญิงจิ้งเสียนจะต้องคุกเข่ารับพระราชโองการ”เมื่อเห็นพระราชโองการ ขุนนางในห้องโถงแสดงท่าทีขี้เล่น ไม่มีใครเคร่งขรึมและ