หายโกรธในไม่ช้าเจ้าคะ”774
จากนั้นก็มีเสียงเซ็งแซ่ที่แม่เรือนเล่าประสบการณ์ปลอบผู้หญิงให้แก่ซูเจ๋อฟังซูเจ๋อคล้ายกับตั้งใจไม่ตั้งใจ พยักหน้าตอบว่า “ข้ารับรู้แล้ว”สุดท้ายมีแม่เรือนผู้หนึ่งเงยหน้าเห็นเฉินเสียนโดยบังเอิญ รีบดึงพรรคพวกตัวเองพร้อมกับกล่าวว่า “ไม่ต้องพูดแล้ว องค์หญิงจิ้งเสียนมาแล้ว”ฟืนในเตามีความชื่นด้วยสภาพอากาศ ทำให้ก่อไฟยาก จึงมีควันหนาลอยออกมาจากเตาจนทำให้มีคนสำลักควันซูเจ๋อหันหน้าไปมองผ่านกลุ่มหมอกควันด้วยแววตาไร้ความรู้สึกของเขา แล้วจดจ่ออยู่ที่ตัวเฉินเสียนคนเดียวเฉินเสียนอดนึกถึงซุปสร่างเมาที่เห็นวางไว้ข้างเตียงตอนตื่นนอน คิดว่าน่าจะเป็นเขาที่เตรียมไว้ให้เขามักจะเป็นคนดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึงอย่างไร้ที่ติเพิ่งเดินเข้ามาไม่ทันเอ่ยอะไรสักคำ เหล่าแม่ศรีเรือนก็พากันส่งสายตาให้กันและกัน แล้วหาข้ออ้างเดินออกไปเหลือเพียงซูเจ๋อกับเฉินเสียนสองคนเฉินเสียนนั่งข้างเตา แล้วเอาฟืนใส่เข้าไปในเตาสักพัก มืออันอบอ่◌ุนที่เจือกลิ่นหอมของยายื่นเข้ามาจับที่หน้าผากเฉินเสียนได้ยินซูเจ๋อกล่าวว่า “ยังดีที่เป็นไข้จากความเหนื่อยล้า ตอนนี้ไข้ลดแล้ว”เฉินเสียนรู้สึกประหลาดใจ เธอเป็นไข้ตั้งแต่เมื่อใด ทำไมตัวเองไม่รู้เรื่องเลย775
“เรื่องเมื่อคืน……”ซูเจ๋อกล่าวแล้วหยุด จากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ “ช่างเถอะอย่างไรเสียท่านก็จำไม่ได้”“เมื่อคืนทำไมหรือ?” เฉินเสียนถามด้วยความแข็งทื่อเสียงแผ่วเบาของซูเจ๋อลอดเข้า